๘๙    ๔๗.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต เล่ม ๑ ภาค ๖    ๙๑
ทรงแสดงธรรมจักร    ในเวลาจบพระสูตรนั้นเอง   บรรพชิตทุกรูปก็เป็นพระ-
อรหันต์   ได้ยินว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น     มีภิกษุ  ๒  หมื่นรูปเป็น
บริวาร  ประทับอยู่ที่ป่าอิสิปตนะนั้นนั่นเอง   และพระเจ้ากาสีพระนามว่า  กิกี
ทรงอุปัฏฐากพระองค์ด้วยปัจจัย ๔.
         ต่อมาวันหนึ่ง  บุรุษชาวเมืองพาราณสีคนหนึ่ง  แสวงหาวัตถุทั้งหลาย
มีแก่นจันทน์เป็นต้นที่ภูเขา   ลุถึงอาศรมของติสสดาบส   อภิวาทดาบสนั้นแล้ว
ได้ยืนอยู่  ณ  ข้างหนึ่ง.    ดาบสเห็นบุรุษนั้นแล้วถามว่า    ท่านมาจากที่ไหน
บุรุษนั้นตอบว่า  ผมมาจากเมืองพาราณสีขอรับ.  ดาบสถามว่า  ความเป็นไปที่
เมืองพาราณสีนั้นเป็นอย่างไรบ้าง.  บุรุษนั้นตอบว่า  ท่านผู้เจริญ  พระสัมมา-
สัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่า กัสสปะ.  บังเกิดขึ้นแล้วที่เมืองพาราณสีนั้น.  ดาบส
ได้สดับคำที่ฟังได้โดยยากก็เกิดปีติโสมนัส แล้วถามว่า พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น
เสวยกลิ่นดิบหรือไม่เสวย.  บุรุษนั้นถามว่า  กลิ่นดิบคืออะไรขอรับ.
         ดาบสตอบว่า  กลิ่นดิบคือปลาและเนื้อสิคุณ.
         บุรุษนั้นตอบว่า     ข้าแต่ท่านผู้เจริญ     พระผู้มีพระภาคเจ้าเสวยปลา
และเนื้อ.  ดาบสฟังคำนั้น  แล้วก็เกิดวิปฏิสาร  ดำริอีกว่า เราจะไปทูลถามพระผู้มี
พระภาคเจ้าพระองค์นั้น      ถ้าหากว่าพระองค์จักตรัสว่า     เราบริโภคกลิ่นดิบ
ต่อแต่นั้น    เราก็จะห้ามพระองค์ว่า  ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ      ข้อนั้นไม่เหมาะสม
แก่ชาติและสกุลของพระองค์  ดังนี้แล้วคิดว่า  เราบวชในสำนักของพระพุทธเจ้า
พระองค์นั้น     จักกระทำการสลัดออกจากภพได้   ดังนี้แล้วจึงได้ถือเอาอุปกรณ์
(บริขาร) ที่เบา ๆ ไปถึงเมืองพาราณสีในเวลาเย็น    โดยการพักราตรีเดียวในที่
หน้า ๙๐