๑๐๐    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๑๐๒
หลายมาแล้วไม่เห็นลูกน้อยของตน.   ร้องดังลั่นว่า  ใครหนอกินลูกเรา
ไม่ทำแม้ความสงสัยในกาตัวนั้น  เพราะคิดว่ากาตัวนี้ประพฤติธรรม.  อยู่
มาวันหนึ่ง  พระมหาสัตว์คิดว่า  เมื่อก่อนที่นี่ไม่มีอันตรายอะไร  จำเดิม
แต่กาตัวนี้มาแล้วอันตรายจึงเกิด   เราควรซุ่มจับกาตัวนี้.   พระมหาสัตว์
นั้นทำเหมือนไปหาเหยื่อกับนกทั้งหลาย   แต่ก็กลับมาเกาะอยู่ในที่กำบัง.
ฝ่ายกาเข้าใจว่า   นกทั้งหลายไปแล้ว   ไม่มีความสงสัยลุกไปหากินไข่นก
และลูกอ่อน     แล้วกลับมายืนขาเดียวอ้าปากอยู่.     พระยานก    เมื่อนก
ทั้งหลายมาแล้ว       จึงเรียกให้ฝูงนกทั้งหมดมาประชุมกันเตือนฝูงนกว่า
วันนี้ฉันซุ่มจับอันตรายของลูกสูเจ้าทั้งหลาย  ได้เห็นกาลามกตัวนี้กินลูก
สูเจ้าอยู่   มาเถิดสูเจ้าทั้งหลายพวกเราจงจับมันไว้    แล้วให้ล้อมกานั้นไว้
สั่งว่า   ถ้าหากมันจะหนีไปไซร้   สูเจ้าทั้งหลายจงพากันจับมันไว้.   แล้ว
ได้กล่าวคาถาที่เหลือว่า :-
                        กาตัวนั้นไม่มีศีล     สูเจ้าทั้งหลายจงรู้ไว้
           เถิด  เพราะไม่รู้จึงพากันสรรเสริญมัน.  มันกิน
           ทั้งไข่ทั้งลูกอ่อน  แล้วพูดว่า   ธรรม  ๆ.      มัน
           พูดอย่างหนึ่งด้วยวาจา      แต่ทำอย่างหนึ่งด้วย
           กาย.  พูดแต่ปาก   แต่ไม่ทำด้วยกาย ไม่ตั้งอยู่
           ในธรรมนั้น. มันเป็นผู้อ่อนหวานทางวาจา  แต่
           เป็นผู้มีใจร้ายกาจ   คือปากปราศรัยหัวใจเชือด
หน้า ๑๐๑