| หลายมาแล้วไม่เห็นลูกน้อยของตน. ร้องดังลั่นว่า ใครหนอกินลูกเรา |
| ไม่ทำแม้ความสงสัยในกาตัวนั้น เพราะคิดว่ากาตัวนี้ประพฤติธรรม. อยู่ |
| มาวันหนึ่ง พระมหาสัตว์คิดว่า เมื่อก่อนที่นี่ไม่มีอันตรายอะไร จำเดิม |
| แต่กาตัวนี้มาแล้วอันตรายจึงเกิด เราควรซุ่มจับกาตัวนี้. พระมหาสัตว์ |
| นั้นทำเหมือนไปหาเหยื่อกับนกทั้งหลาย แต่ก็กลับมาเกาะอยู่ในที่กำบัง. |
| ฝ่ายกาเข้าใจว่า นกทั้งหลายไปแล้ว ไม่มีความสงสัยลุกไปหากินไข่นก |
| และลูกอ่อน แล้วกลับมายืนขาเดียวอ้าปากอยู่. พระยานก เมื่อนก |
| ทั้งหลายมาแล้ว จึงเรียกให้ฝูงนกทั้งหมดมาประชุมกันเตือนฝูงนกว่า |
| วันนี้ฉันซุ่มจับอันตรายของลูกสูเจ้าทั้งหลาย ได้เห็นกาลามกตัวนี้กินลูก |
| สูเจ้าอยู่ มาเถิดสูเจ้าทั้งหลายพวกเราจงจับมันไว้ แล้วให้ล้อมกานั้นไว้ |
| สั่งว่า ถ้าหากมันจะหนีไปไซร้ สูเจ้าทั้งหลายจงพากันจับมันไว้. แล้ว |
| ได้กล่าวคาถาที่เหลือว่า :- |
| กาตัวนั้นไม่มีศีล สูเจ้าทั้งหลายจงรู้ไว้ |
| เถิด เพราะไม่รู้จึงพากันสรรเสริญมัน. มันกิน |
| ทั้งไข่ทั้งลูกอ่อน แล้วพูดว่า ธรรม ๆ. มัน |
| พูดอย่างหนึ่งด้วยวาจา แต่ทำอย่างหนึ่งด้วย |
| กาย. พูดแต่ปาก แต่ไม่ทำด้วยกาย ไม่ตั้งอยู่ |
| ในธรรมนั้น. มันเป็นผู้อ่อนหวานทางวาจา แต่ |
| เป็นผู้มีใจร้ายกาจ คือปากปราศรัยหัวใจเชือด |