๑๐๕    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๑๐๗
นันทิยมฤค    ถึงพร้อมด้วยศีลและอาจาระ    เลี้ยงมารดาบิดา.    ครั้งนั้น
พระเจ้าโกศลได้เป็นกษัตริย์   ที่มีพระทัยฝักใฝ่กับการล่าเนื้อเท่านั้น.   ก็
พระองค์ไม่โปรดให้คนทั้งหลายทำกสิกรรมเป็นต้น      ทรงมีบริวารมาก
เสด็จไปล่าเนื้อทุกวัน.  คนทั้งหลายจึงประชุมปรึกษากันว่า   พ่อคุณเอ๋ย
พระราชาพระองค์นี้    ทรงทำการงดงานของพวกเรา   แม้การครองเรือน
ก็จะล่มจม   ถ้ากระไรแล้ว   พวกเราควรล้อมสวนป่าอัญชัน   สร้างประตู
ขุดสระโบกขรณีไว้ปลูกต้นไม้    แล้วมีมือถือไม้ค้อนและกระบองเป็นต้น
เข้าป่าไปฟาดพุ่มไม้ต้อนเนื้อมาล้อมไว้    ให้เข้าอยู่คอกในสวนเหมือนวัว
แล้วปิดประตูไว้จึงไปกราบทูลพระราชาให้ทรงทำงานของพระองค์.   ทุก
คนมีความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่า   นั้นเป็นอุบายที่ดีในเรื่องนี้     พากันจัด
เตรียมสวนไว้แล้วเข้าป่าไปล้อมสถานที่ไว้ประมาณโยชน์หนึ่ง.  ขณะนั้น
เนื้อชื่อนันทิยะตัวหนึ่ง     พาพ่อแม่ไปนอนอยู่ที่พื้นดินในป่าดอนเล็ก  ๆ
แห่งหนึ่ง.   คนทั้งหลายมีมือถือโล่และอาวุธเป็นต้น  พากันล้อมดอนนั้น
โดยเอาแขนเกี่ยวแขนกัน   คือจับมือกัน.   ได้มองเห็นเนื้อฝูงหนึ่งจึงพา
กันเข้าไปดอนนั้น.   เนื้อนันทิยะเห็นพวกเขาแล้วคิดว่า  วันนี้เราควรจะ
สละชีพให้ชีวิตเป็นทานเพื่อพ่อแม่   แล้วลุกขึ้นไหว้พ่อแม่    แล้วขอขมา
พ่อแม่ว่า  ข้าแต่พ่อและแม่  ถ้าคนเหล่านี้เข้ามาดอนนี้แล้ว จักเห็นพวกเรา
ทั้ง   ๓   ท่านทั้ง  ๒    คงอยู่ได้ด้วยอุบายอย่างหนึ่ง     การอยู่ได้ชีวิตของ
ท่านเป็นสิ่งประเสริฐ  ลูกจักให้ทานชีวิต เพื่อพ่อเพื่อแม่ พอคนทั้งหลาย
ยืนที่ชายดอนฟาดพุ่มไม้เท่านั้น   ก็จะออกไป   ครานั้นพวกเขาจะเข้าใจ
หน้า ๑๐๖