๑๐๖    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๑๐๘
ว่า  ในดอนเล็ก ๆ นี้    คงจักมีเนื้อตัวเดียวเท่านั้น   ไม่พากันเข้าไปดอน
ขอพ่อแม่จงอย่าประมาทเถิด.  ดังนี้แล้วได้เป็นผู้เตรียมพร้อมจะไปยืนอยู่
แล้ว.    พอคนทั้งหลายยืนที่ชายดอนโห่แล้วตีพุ่มไม้เท่านั้น    เขาก็ออก
จากดอนนั้นไป.    คนเหล่านั้นเข้าใจว่า    ในดอนนี้คงจักมีเนื้อตัวเดียว
เท่านี้แหละ     จึงไม่พากันเข้าดอน.     ครั้งนั้นนันทิยะได้ไปเข้าอยู่ใน
ระหว่างเนื้อทั้งหลาย.   คนทั้งหลายได้พากันต้อนเนื้อทุกตัวเข้าสวนแล้ว
กันประตูไว้  ทูลให้พระราชาทรงทราบแล้วไปสู่ที่ของตน ๆ. ต่อแต่นั้นมา
พระราชาก็เสด็จโดยลำพังพระองค์เอง     หรือทรงส่งอำมาตย์คนหนึ่งไป
นำเอาเนื้อมีด้วยพระดำรัสว่า        เจ้าจงไปยิงเนื้อตัวหนึ่งแล้วเอามันมา
ดังนี้.         จึงเนื้อทั้งหลายพากันตั้งวาระกันไว้.    เนื้อตัวที่ถึงวาระ   จะ
ยืนอยู่ที่เหมาะสมแห่งหนึ่ง.   คนทั้งหลายจะยิงเนื้อนั้นแล้วเอามา.   ฝ่าย
นันทิยะก็ดื่มน้ำในสระโบกขรณี   และกินหญ้าในสวนนั้น   ตลอดเวลา
ที่วาระของเขายังไม่ถึง.   ครั้งนั้น  โดยเวลาล่วงไปหลายวัน   พ่อแม่ของ
เขาอยากจะพบเขา         คิดว่านันทิยะมฤคราชลูกเรามีพลังเหมือนช้าง
สมบูรณ์ด้วยกำลัง     ถ้าหากยังมีชีวิตอยู่     คงจักกระโดดข้ามรั้วมาเยี่ยม
พวกเราแน่นอน     เราทั้งหลายจักส่งข่าวไปหาเขา     แล้วยืนที่ใกล้ทาง
เห็นพราหมณ์คนหนึ่ง   จึงถามเขาด้วยคำพูดของตนว่า   พ่อคุณ   ท่าน
จะไปไหน ? เมื่อเขาตอบว่า  เมืองสาเกต  ดังนี้แล้ว เมื่อจะส่งข่าวไปหาลูก
จึงกล่าวคาถาที่  ๑  ว่า:-
หน้า ๑๐๗