| แล้วจากภัยคือความตาย มีความสุข ไม่มีทุกข์ พระราชาทรงอนุญาต |
| แล้ว คงเห็นแม่บ้าง. |
| พราหมณ์ได้ฟังคำนั้นแล้วก็หลีกไป ในเวลาต่อมาในวันที่เป็น |
| วาระของเนื้อนันทิยะ. พระราชาได้เสด็จมายังสวนพร้อมด้วยข้าราช |
| บริพารจำนวนมาก. ฝ่ายเนื้อมหาสัตว์ ได้ยืนอยู่ ณ ที่เหมาะสมแห่ง |
| หนึ่ง. พระราชาทรงโก่งลูกธนูด้วยหมายพระทัยว่า เราจักยิงเนื้อ. |
| มหาสัตว์ไม่หนีไปเหมือนสัตว์ทั้งหลาย ที่ถูกมรณภัยคุกคามแล้วหนีไป |
| เป็นเหมือนไม่มีภัย ทำเมตตาให้เป็นปุเรจาริกแล้ว ได้ยืนเอียงข้างที่อ้วน |
| พีให้เป็นเป้า ไม่กระดิกเลย. พระราชาไม่อาจปล่อยลูกศรออกไปได้ด้วย |
| อำนาจของเมตตานั้น. พระมหาสัตว์จึงทูลว่า ข้าแต่มหาราช พระองค์ |
| ทรงปล่อยลูกศรไม่ออกหรือ. ขอพระองค์จงทรงปล่อยเถิด. |
| ร. ดูก่อนมฤคราช เราไม่สามารถปล่อยออกไปได้. |
| ม. ข้าแต่มหาราช ถ้าเช่นนั้น พระองค์ก็ทรงรู้คุณธรรมของผู้มี |
| คุณธรรม. ครั้งนั้นพระราชาทรงเลื่อมใสพระโพธิสัตว์ ทรงทิ้งธนูแล้ว |
| ตรัสว่า แม้ท่อนไม้ท่อนนี้ไม่มีจิตใจ ก็ยังรู้คุณธรรมของท่านก่อน ฝ่าย |
| ข้าพเจ้าเป็นมนุษย์มีจิตใจหารู้ไม่ ขอจงให้อภัยฉัน ฉันให้อภัยเจ้า. |
| ม. ข้าแต่มหาราช พระองค์ทรงพระราชทานอภัยแก่ข้าพระ- |
| พุทธเจ้าก่อน ส่วนฝูงเนื้อในอุทยานนี้จักทำอย่างไร ? |
| ร. แม้สัตว์เหล่านี้ เราก็ให้อภัย |