๑๑๗    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๑๑๙
นั้นได้ละอัตภาพของตน      แล้วทำอนาจารกับงูน้ำตัวหนึ่ง      ในเวลา
เล่นน้ำในสระโบกขรณีของเรา    เมื่อเป็นเช่นนั้นฉัน จึงได้เอาซีกไม้ไผ่
ตีเขา  เพื่อต้องการให้สำเนียกว่า  เจ้าอย่าทำอย่างนี้.   เขาไปยังนาคพิภพ
คงบอกอะไรอย่างอื่นแก่สหายของเรา   แล้วทำลายมิตรภาพเสีย    ภัยจัก
เกิดขึ้นแก่เรา.      นาคมาณพทั้งหลายได้ฟังดังนั้นแล้ว     จึงพากันกลับ
ออกไปจากพระที่นั่งบรรทมนั้น      แล้วไปยังนาคพิภพทูลเนื้อความนั้น
แก่นาคราช.  ท้าวเธอถึงความสังเวช  แล้วได้เสด็จมายังพระที่นั่งบรรทม
ของพระราชา    ทูลให้ทราบเนื้อความนั้น    ขอขมาพระองค์    แล้วได้
ถวายมนต์  ชื่อว่า   สรรพรุตชนนะ  คือมนต์รู้เสียงร้องของสัตว์ทุกชนิด
โดยมุ่งหมายว่า   นี้เป็นทัณฑกรรมของเรา   แล้วทูลว่า    ข้าแต่มหาราช
มนต์นี้หาค่าบ่มิได้       ถ้าหากพระองค์จะได้ประทานมนต์นี้แก่ผู้อื่นไซร้
ครั้นทรงประทานแล้วต้องทรงกระโดดเข้ากองไฟสวรรคต.     พระราชา
ทรงรับคำว่าดีแล้ว.    ต่อแต่นั้นมา   แม้เสียงมดแดงพระองค์ก็ทรงทราบ.
วันหนึ่งเมื่อพระองค์ประทับนั่งที่ท้องพระโรง  เสวยของเคี้ยวจิ้มน้ำผึ้งน้ำ
อ้อย น้ำผึ้ง น้ำอ้อยหยดหนึ่งและขนมชิ้นหนึ่งตกลงที่พื้น. มดแดงตัวหนึ่ง
เห็นหยดน้ำผึ้งเป็นต้นนั้น     เที่ยวร้องบอกกันว่า    ถาดน้ำผึ้งของหลวง
แตกที่ท้องพระโรง    หม้อน้ำอ้อย    หม้อขนมคว่ำ    ท่านทั้งหลายจงกิน
น้ำผึ้งน้ำอ้อยและขนม.  พระราชาทรงสดับเสียงร้องบอกของมดแดงแล้ว
ทรงพระสรวล.    พระราชเทวีประทับที่ใกล้เคียงพระราชา    ทรงดำริว่า
หน้า ๑๑๘