๑๑๘    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๑๒๐
พระราชาทรงเห็นอะไรหนอ    จึงทรงพระสรวล  ?    เมื่อพระราชานั้น
เสวยของเคี้ยวทรงสรงสนานแล้ว           ประทับนั่งบนพระราชบัลลังก์
แมลงวันตัวผู้พูดกับแมลงวันตัวเมีย   ตัวหนึ่งว่ามาเถิดน้องเอ๋ย   พวกเรา
มาอภิรมย์กันด้วยความยินดีด้วยกิเลส.    ลำดับนั้น   แมลงวันตัวเมียพูด
กับแมลงวันตัวผู้นั้นว่า    คอยก่อนเถอะพี่นาย    นัดนี้     ราชบุตรจะนำ
ของหอมมาถวายพระราชา    เมื่อพระองค์ทรงลูบไล้ผงของหอมจักตกลง
แทบบาทมูล  ฉันจักร่อนกถาไป ณ ที่นั้นแล้วจะมีกลิ่นหอม  ต่อจากนั้น
เราก็จักนอนอภิรมย์กัน   เบื้องพระปฤษฎางค์ของพระราชา.   พระราชา
ทรงสดับเสียงแม้นั้นแล้ว   ก็ทรงพระสรวล.    ฝ่ายพระเทวีก็ทรงดำริอีก
ว่า  พระราชาทรงเห็นอะไรหนอ  จึงทรงพระสรวล  เมื่อพระราชาทรง
เสวยพระกระยาหารเย็นอีก    ภัตพิเศษก้อนหนึ่งหล่นที่พื้น.    มดแดง
ทั้งหลายก็ร้องบอกกันว่า      หม้อพระกระยาหารในราชตระกูลแตกแล้ว
ขอท่านทั้งหลายจงพากันไปรับประทานภัตตาหารเถิด.    พระราชาครั้น
ได้ทรงสดับคำนั้นแล้ว    ก็ทรงพระสรวลอีก.   ฝ่ายพระราชเทวี   ทรงถือ
เอาช้อนทองอังคาสพระราชาอยู่  จึงทรงพระวิตกว่า   พระราชาทรงเห็น
อะไรหนอ    จึงทรงพระสรวล ?    ในเวลาเสด็จขึ้นแท่นพระบรรทมกับ
พระราชา  พระนางทูลถามว่า  ข้าแต่สมมติเทพ  พระองค์ทรงพระสรวล
เพราะเหตุอะไร ?      พระองค์ตรัสว่า     จะมีประโยชน์อะไรสำหรับเธอ
เพราะเหตุที่ฉันหัวเราะ          แล้วถูกพระนางรบเร้าให้ตรัสบอกบ่อย  ๆ.
ภายหลังจึงทูลพระองค์ว่า       ขอพระองค์จงประทานมนต์ที่ทำให้รู้เสียง
หน้า ๑๑๙