๑๑    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๑๓
           เนื้อไม่อาจจะให้ประโยชน์เกิดขึ้นเพราะทองคำ
           ฉะนั้น.
         บรรดาบทเหล่านั้น   บทว่า   ภตฺตํ   ภินฺนํ   ความว่า   ถาดข้าวก็
ตกแตกแล้ว.   บทว่า   หตา   ได้แก่   ตบแล้ว.   บทว่า   ฉมา   ได้แก่   ที่
พื้นดิน.     บทว่า   มิโคว   ชาตรูเปน    มีอธิบายว่า   เนื้อเหยียบย่ำทอง
เงินหรือแก้วมุกดา   แก้วมณีเป็นต้นไปบ้าง   นอนที่บ้าง   ไม่สามารถ
จะใช้ทองคำนั้น    เพิ่มพูน   คือให้เกิดประโยชน์แก่ตนได้ฉันใด    คน
อันธพาลนั้น   ก็ฉันนั้นเหมือนกัน   ถึงฟังโอวาทที่บัณฑิตให้แล้ว   ก็ไม่
สามารถเพิ่มพูน   คือให้เกิดประโยชน์แก่ตนได้.
         พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว  ทรงประกาศ
สัจจะแล้วทรงประชุมชาดก   ในเวลาจบสัจธรรม    ภิกษุนั้นดำรงอยู่แล้ว
ในโสดาปัตติผล.  คนแจวเรือครั้งนั้นคือคนแจวเรือเวลานี้นั่นเอง  พระ-
ราชา   ได้แก่พระอานนท์  ส่วนดาบส   ได้แก่เราตถาคต  ฉะนี้แล.
                        จบ  อรรถกถาอาวาริยชาดกที่  ๑
หน้า ๑๒