| เนื้อไม่อาจจะให้ประโยชน์เกิดขึ้นเพราะทองคำ |
| ฉะนั้น. |
| บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ภตฺตํ ภินฺนํ ความว่า ถาดข้าวก็ |
| ตกแตกแล้ว. บทว่า หตา ได้แก่ ตบแล้ว. บทว่า ฉมา ได้แก่ ที่ |
| พื้นดิน. บทว่า มิโคว ชาตรูเปน มีอธิบายว่า เนื้อเหยียบย่ำทอง |
| เงินหรือแก้วมุกดา แก้วมณีเป็นต้นไปบ้าง นอนที่บ้าง ไม่สามารถ |
| จะใช้ทองคำนั้น เพิ่มพูน คือให้เกิดประโยชน์แก่ตนได้ฉันใด คน |
| อันธพาลนั้น ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ถึงฟังโอวาทที่บัณฑิตให้แล้ว ก็ไม่ |
| สามารถเพิ่มพูน คือให้เกิดประโยชน์แก่ตนได้. |
| พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประกาศ |
| สัจจะแล้วทรงประชุมชาดก ในเวลาจบสัจธรรม ภิกษุนั้นดำรงอยู่แล้ว |
| ในโสดาปัตติผล. คนแจวเรือครั้งนั้นคือคนแจวเรือเวลานี้นั่นเอง พระ- |
| ราชา ได้แก่พระอานนท์ ส่วนดาบส ได้แก่เราตถาคต ฉะนี้แล. |
| จบ อรรถกถาอาวาริยชาดกที่ ๑ |