| ม้านั้นเป็นชาติของลา เพราะเหตุนั้น แพะจึงได้กล่าวกะม้านั้นอย่างนี้. |
| บทว่า วิชานหิ ความว่า แกจงรู้เถิดว่า เรานั่นแหละโง่. บทว่า |
| ปริกฺขิตฺโต ความว่า แกถูกเขาเอาเชือกรัตคอไว้กับแอก. บทว่า |
| วงฺโกฏฺโ ได้แก่ มีริมฝีปากเบี้ยว. บทว่า โอหิโตมุโข ได้แก่ มีปาก |
| ถูกเชือกมัดปากปิดไว้. บทว่า มุตฺโต น ปลายสิ ความว่า การที่เจ้า |
| พ้นจากรถ แล้วหนี้เข้าป่าไปไม่ได้ ในเวลาพ้นแล้วไม่หนีไปเป็นคนโง่ |
| แม้อีกอย่างหนึ่ง. บทว่า โส จ พาลตโร ความว่า พระเจ้าเสนกะ |
| ผู้ที่แกลากไปนั้น โง่กว่าแกอีก |
| พระราชาทรงเข้าพระทัยถ้อยคำของสัตว์ทั้ง ๒ ตัวนั้น เพราะ |
| ฉะนั้น เมื่อทรงสดับคำนั้น จึงทรงให้ขับรถไปค่อย ๆ. ฝ่ายม้าสินธพ |
| ได้ฟังคำของแพะแล้ว จึงกล่าวคาถาที่ ๔ ว่า :- |
| สหายอชราชเอ๋ย ข้าโง่ด้วยเหตุใดหนอ |
| เหตุนั้นแกก็รู้ แต่พระเจ้าเสนกะโง่ เพราะ |
| เหตุใด แถถูกข้าถามแล้ว จงบอกเหตุนั้น |
| แก่ข้า. |
| บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยํ เป็นปฐมาวิภัติใช้ในความหมาย |
| ของตติยาวิภัติ. บทว่า นุ เป็นนิบาต ใช้ในความหมายว่าตามฟัง. |
| มีคำอธิบายไว้ว่า ดูก่อนสหายอชราช ก่อนอื่นฉันโง่ เพราะเหตุ คือ |