๑๒๑    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๑๒๓
ม้านั้นเป็นชาติของลา   เพราะเหตุนั้น   แพะจึงได้กล่าวกะม้านั้นอย่างนี้.
บทว่า    วิชานหิ    ความว่า    แกจงรู้เถิดว่า    เรานั่นแหละโง่.     บทว่า
ปริกฺขิตฺโต     ความว่า     แกถูกเขาเอาเชือกรัตคอไว้กับแอก.       บทว่า
วงฺโกฏฺโ€   ได้แก่   มีริมฝีปากเบี้ยว.    บทว่า  โอหิโตมุโข  ได้แก่   มีปาก
ถูกเชือกมัดปากปิดไว้.    บทว่า  มุตฺโต  น  ปลายสิ   ความว่า   การที่เจ้า
พ้นจากรถ   แล้วหนี้เข้าป่าไปไม่ได้  ในเวลาพ้นแล้วไม่หนีไปเป็นคนโง่
แม้อีกอย่างหนึ่ง.   บทว่า   โส   จ   พาลตโร   ความว่า   พระเจ้าเสนกะ
ผู้ที่แกลากไปนั้น  โง่กว่าแกอีก
         พระราชาทรงเข้าพระทัยถ้อยคำของสัตว์ทั้ง  ๒ ตัวนั้น     เพราะ
ฉะนั้น   เมื่อทรงสดับคำนั้น   จึงทรงให้ขับรถไปค่อย ๆ.    ฝ่ายม้าสินธพ
ได้ฟังคำของแพะแล้ว   จึงกล่าวคาถาที่  ๔   ว่า :-
                        สหายอชราชเอ๋ย    ข้าโง่ด้วยเหตุใดหนอ
           เหตุนั้นแกก็รู้    แต่พระเจ้าเสนกะโง่     เพราะ
           เหตุใด     แถถูกข้าถามแล้ว     จงบอกเหตุนั้น
           แก่ข้า.
         บรรดาบทเหล่านั้น   บทว่า  ยํ  เป็นปฐมาวิภัติใช้ในความหมาย
ของตติยาวิภัติ.     บทว่า   นุ    เป็นนิบาต    ใช้ในความหมายว่าตามฟัง.
มีคำอธิบายไว้ว่า   ดูก่อนสหายอชราช   ก่อนอื่นฉันโง่  เพราะเหตุ   คือ
หน้า ๑๒๒