๑๓๒    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๑๓๔
คนฉลาด   คือเป็นบัณฑิต    จึงจะขายในหมู่บ้านช่างเหล็กได้นั้นแหละ.
เพราะเหตุไร ?  บทว่า  อาจริยา  ปชานนฺติ  กมฺมํ   สุกตทุกฺกฏํ   ความ
ว่า    ก็อาจารย์ช่างศิลปประเภทนั้น    จึงจะรู้งานที่ทำดีหรือไม่ดีในศิลป
ประเภทนั้น ๆ ถ้าหากเรานั้นไปบ้านคฤหบดีทั้งหลาย   ผู้ไม่รู้งานของช่าง
เหล็ก    จักให้เขารู้ได้อย่างไรว่าเราทำเข็มดีหรือไม่ดี ?      แต่ในบ้านนี้
ฉันจักให้ช่างทั้งหลายรู้กำลังของฉัน.    พระโพธิสัตว์พรรณนากำลังของ
ตนด้วยคาถานี้อย่างนี้.    บทว่า   ตยา  จ   มํ   นิมนฺเตยฺย  ความว่า
น้องนางเอ๋ย    ถ้าบิดาของเธอพึงรู้เข็มเล่มที่ฉันทำนี้ว่า   เข็มชนิดนี้ หรือ
เล่มนี้เป็นอย่างนี้แล้วไซร้   ท่านคงจะเชิญฉันด้วยตัวเธออย่างนี้ว่า   ฉัน
จะให้ธิดาคนนี้เป็นบาทบริจาริกาของคุณ   ขอจงรับเอานาง   ดังนี้ด้วย.
บทว่า   ยญฺจตฺกญฺํ  ฆเร   ธนํ   ความว่า   ทรัพย์อย่างอื่นอันใดที่มี
วิญญาณก็ตาม ไม่มีวิญญาณก็ตาม มีอยู่ในเรือน บิดาของเธอคงเชื้อเชิญ
ฉันด้วยทรัพย์นั้นด้วย.   ปาฐะว่า.   ยญฺจสฺสญฺํ   บ้าง  ดังนี้ก็มี   มีความ
หมายว่า   ทรัพย์อย่างอื่นในเรือนของเขามีอยู่.
         หัวหน้าช่างเหล็กได้ยินถ้อยคำของคนทั้ง ๒ นั้นแล้ว  จึงร้องเรียก
ธิดาว่า   แม่หนู ๆ   แล้วถามว่า   หนูเจรจากับใคร ?
         พ่อ      หนูเจรจากับชายคนหนึ่งที่ขายเข็ม   ธิดาตอบ.
         ลูกจงเรียกเขามาหาพ่อ  พ่อสั่ง นางจึงไปเรียก  พระโพธิสัตว์นั้น
จึงเข้าไปในบ้าน  ไหว้หัวหน้าช่างเหล็กแล้วได้ยืนอยู่.  ลำดับนั้น หัวหน้า
หน้า ๑๓๓