| ลูบไล้ใหม่ ? กลิ่นอะไรไม่ขาดหาย มาแต่ไหน |
| แต่ไร ? |
| [๙๒๑] ห้วงน้ำคือพระธรรม ไม่มีโคลนตม. บาป |
| เรียกว่าเหงื่อไคล และศีลเรียกว่าเครื่องลูบไล้ |
| ใหม่ แต่ไหนแต่ไรมา กลิ่นของศีลนั้นไม่เคย |
| ขาดหายไป. |
| [๙๒๒] เหล่าชน ผู้ไม่รู้ ผู้ฆ่าสัตว์กิน เป็นปกติ |
| จะเพลิดเพลินใจ ส่วนผู้รักษาชีวิตสัตว์ ไม่ |
| ฆ่าสัตว์ เป็นปกติ จะไม่เพลิดเพลินใจ เมื่อ |
| วันเดือนเพ็ญมีพระจันทร์เต็มดวงแล้ว เหล่า |
| ชนผู้รื่นเริงใจอยู่เท่านั้น จึงจะสละชีพได้. |
| จบ ตุณฑิลชาดกที่ ๓ |
| |
| อรรถกถาตุณฑิลชาดกที่ ๓ |
| |
| พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภ |
| ภิกษุผู้กลัวตายรูปหนึ่ง จึงตรัสเรื่องนี้ มีคำเริ่มต้นว่า นวจฺฉทฺทเก ดังนี้. |
| ได้ยินว่า กุลบุตรชาวเมืองสาวัตถีนั้น บวชในพระศาสนาแต่ได้ |
| เป็นผู้กลัวตาย. เธอได้ยินเสียงกิ่งไม้สั่นไหว. ท่อนไม้ตก. เสียงนก |