๑๓๗    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๑๓๙
หรือสัตว์สี่เท้า   แม้เพียงเล็กน้อย  คือเบา ๆ   หรือเสียงอย่างอื่นแบบนั้น
ก็จะเป็นผู้ถูกภัยคือความตายขู่      เดินตัวในรูปเหมือนกระต่ายถูกแทงที่
ท้องฉะนั้น.  ภิกษุทั้งหลายพากันตั้งคาถา  คือเรื่องสนทนา ขึ้นในธรรม
สภาว่า   ดูก่อนอาวุโส      ภิกษุชื่อโน้นกลัวตาย      ได้ยินเสียงแม้เพียง
เล็กน้อย   ก็ร้องพลางวิ่งพลางหนีไป   ควรจะมนสิการว่า    ก็ความตาย
ของสัตว์ทั้งหลายเหล่านี้เท่านั้นเป็นของเที่ยง     แต่ชีวิตไม่เที่ยง    ดังนี้.
พระศาสดาเสด็จมาถึง    ตรัสถามว่า  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  นั่งสนทนากัน
ด้วยเรื่องอะไรนะ    เมื่อภิกษุทั้งหลายทูลว่า    ด้วยเรื่องชื่อนี้   ดังนี้แล้ว
ตรัสสั่งให้หาภิกษุนั้นมา   แล้วตรัสถามว่า   ดูก่อนภิกษุ  ได้ทราบว่า  เธอ
กลัวตายจริงหรือ ?   เมื่อภิกษุนั้นทูลรับว่า   ถูกแล้วพระเจ้าข้า   ดังนี้   จึง
ตรัสว่า  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  ไม่เฉพาะในปัจจุบันนี้เท่านั้น  แม้ในชาติ
ก่อน    ภิกษุนี้ก็กลัวตายเหมือนกัน      แล้วได้ทรงนำเอาเรื่องในอดีตมา
สาธก  ดังต่อไปนี้.
         ในอดีตกาล      เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในนคร
พาราณสี   พระโพธิสัตว์  ได้ถือปฏิสนธิในท้องของแม่สุกร.    แม่สุกร
ท้องแก่ครบกำหนดแล้ว   คลอดลูก   ๒   ตัว.    อยู่มาวันหนึ่งมันพาลูก
๒  ตัวนั้นไปนอนที่หลุมแห่งหนึ่ง.  กาละครั้งนั้น  หญิงชราคนหนึ่งมี
ปกติอยู่บ้านใกล้ประตูนครพาราณสี      เก็บฝ้ายได้เต็มกระบุงจากไร่ฝ้าย
เดินเอาไม้เท้ายันดินมา.   แม่สุกรได้ยินเสียงนั้นแล้ว   ทิ้งลูกน้อยหนีไป
เพราะกลัวตาย.    หญิงชราเห็นลูกสุกรกลับได้ความสำคัญว่าเป็นลูก  จึง
หน้า ๑๓๘