๑๓๘    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๑๔๐
เอาใส่กระบุงไปถึงเรือน    แล้วตั้งชื่อตัวพี่ว่า    มหาตุณฑิละ  ตัวน้องว่า
จุลตัณฑิละ  เลี้ยงมันเหมือนลูก.  ในเวลาต่อมามันเติบโตขึ้น   ได้มีร่าง
กายอ้วน.    หญิงชราถึงจะถูกทาบทามว่า    จงขายหมูเหล่านี้ให้พวกฉัน
เถิด   ก็บอกว่า    ลูกของฉัน     แล้วไม่ให้ใคร.    ภายหลังในวันมหรสพ
วันหนึ่งพวกนักเลงดื่มสุรา   เมื่อเนื้อหมดก็หารือกันว่า    พวกเราจะได้
เนื้อจากที่ไหนหนอ  ทราบว่า   ที่บ้านหญิงชรามีสุกร  จึงพากันถือเหล้า
ไปที่นั้น  พูดว่า  คุณยายครับ   ขอให้คุณยายรับเอาราคาสุกรแล้วให้สุกร
ตัวหนึ่งแก่พวกผมเถิด.   หญิงชรานั้น    แม้จะปฏิเสธว่า    อย่าเลยหลาน
เอ๋ย    สุกรนั้นเป็นลูกฉัน    ธรรมดาคนจะให้ลูกแก่คนที่ต้องการจะกิน
เนื้อไม่มีหรอก.   พวกนักเลงแม้จะอ้อนวอนแล้วอ้อนวอนเล่าว่า   ขึ้นชื่อ
ว่าหมูจะเป็นลูกของคนไม่มีนะ  ให้มันแก่พวกผมเถิด    ก็ไม่ได้สุกร  จึง
ให้หญิงชราดื่มสุรา  เวลาแกเมาแล้วก็พูดว่า ยาย  ยายจะทำอะไรกับหมู ?
ยายเอาราคาหมูนี้ไปไว้ทำเป็นค่าใช้จ่ายเถิด  แล้ววางเหรียญกระษาปณ์
ไว้ในมือหญิงชรา.  หญิงชรารับเอาเหรียญกระษาปณ์  พูดว่า   หลายเอ๋ย
ยายไม่อาจจะให้สุกรชื่อมหาตุณฑิกะได้   แก่จงพากันเอาจุลตุณฑิละไป.
         มันอยู่ที่ไหน ? นักเลงถาม.
         ที่กอไม้กอโน้น  หญิงชราตอบ.
         ยายให้เสียง   เรียกมันสิ   นักเลงสั่ง.
         ฉันไม่เห็นอาหาร  หญิงชราตอบ.
หน้า ๑๓๙