๑๓๙    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๑๔๑
         นักเลงทั้งหลายจึงให้ค่าอาหารให้ไปนำข้าวมา ๑ ถาด.   หญิงชรา
รับเอาค่าอาหารนั้น   จัดชื้อข้าว   เทให้เต็มรางหมูที่วางไว้ใกล้ประตูแล้ว
ได้ยืนอยู่ใกล้ ๆ ราง.   นักเลงประมาณ ๓. คน   มีบ่วงในมือ   ได้ยืน
อยู่   ณ  ที่นั้นนั่นเอง.  หญิงชราได้ให้เสียงร้องเรียกหมูว่า   ลูกจุลตุณ-
ฑิละมาโว้ย.      มหาตุณฑิละได้ยินเพียงนั้นแล้วรู้แล้วว่า       ตลอดเวลา
ประมาณเท่านี้    แม่เราไม่เคยให้เสียงแก่จุลตุณฑิละ   ส่งเสียงถึงเราก่อน
ทั้งนั้น     วันนี้คงจักมีภัยเกิดขึ้นแก่พวกเราแน่แท้.     มหาตุณฑิละ   จึง
เรียกจุลตุณฑิละมาแล้วบอกว่า   น้องเอ๋ย  แม่ของเราเรียกเจ้า  เจ้าลงไป
ให้รู้เรื่องก่อน.   จุลตุณฑิละ.   ก็ออกจากกอไม้ไปเห็นว่านักเลงเหล่านั้น
ยืนอยู่ใกล้รางข้าวก็รู้ว่า   วันนี้ความตายจะเกิดขึ้นแก่เราแล้ว ถูกมรณภัย
คุกคามอยู่ จึงหันกลับตัวสั่นไปหาพี่ชายไม่อาจจะยืนอยู่ได้ตัวสั่นหมุนไป
รอบ ๆ.   มหาตุณฑิละเห็นเขาแล้วจึงถามว่า   น้องเอ๋ย  ก็วันนี้เจ้าสั่นเทา
ไป   เห็นสถานที่เป็นที่เข้าไปแล้ว   เจ้าทำอะไรนั่น.   มันเมื่อจะบอกเหตุ
ที่ตนได้เห็นมา   จึงกล่าวคาถาที่  ๑  ว่า:-
                        บัดนี้ วันนี้แม่เราให้อาหารสำหรับขุนใหม่
           รางอาหารนี้เต็ม   นายแม่ยืนใกล้รางอาหาร  คน
           หลายคนมีมือถือบ่วง      อาหารนั้นไม่แจ่มชัด
           สำหรับฉัน  เพื่อกินอาหาร.
หน้า ๑๔๐