๑๔๒    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๑๔๔
ได้แก่ไม่หายไป.       มีอธิบายว่า       ถ้าหากเจ้าสะดุ้งกลัวความตายไซร้
ก็จงลงสู่สระโบกขรณีที่ไม่มีโคลนตม      ชำระล้างเหงื่อและไคลทั้งหมด
ในตัวของเจ้า   แล้วลูบไล้ด้วยเครื่องลูบไล้ที่หอมฟุ้งอยู่เป็นนิตย์.
         จุลตุณฑิละได้ยินคำนั้นแล้วคิดว่า  พี่ชายของเราพูดอย่างนี้  วงศ์
ของพวกเราไม่มีการลงสระโบกขรณี        แล้วอาบน้ำชำระล้างเหงื่อไคล
ออกจากสรีระร่าง   การนำเอาเครื่องลูบไล้เก่าออกไปแล้วเอาเครื่องลูบไล้
ใหม่ที่มีกลิ่นหอมฟุ้งลูบไล้ไม่มีในกาลไหนเลย     พี่ชายของเราพูดอย่าง
นี้  หมายถึง อะไรกันหนอ  ดังนี้แล้ว เมื่อจะถามจึงกล่าวคาถาที่ ๘ ว่า :-
                        ห้วงน้ำอะไรหนอที่ไม่มีโคลนตม ?  อะไร
           หนอ   เรียกว่าเหงื่อไคล ?   อะไรเรียกว่าเครื่อง
           ลูบไล้ใหม่ ?   กลิ่นอะไรไม่ขาดหายมาแต่ไหน
           แต่ไร ?
         พระมหาสัตว์ได้ยินคำตอบนั้นแล้ว จึงกล่าวว่า ถ้าเช่นนั้นเธอจง
เงี่ยโสตฟัง  เมื่อจะแสดงธรรมด้วยพุทธลีลา ได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า:-
                        ห้วงน้ำคือพระธรรมไม่มีโคลนตม   บาป
           เรียกว่าเหงื่อไคล   และศีลเรียกว่าเครื่องลูบไล้
           ใหม่  แต่ไหนแต่ไรมา  กลิ่นของศีลนั้นไม่ขาด
           หายไป   เหล่าชน  ผู้ไม่รู้   ผู้ฆ่าสัตว์กิน  เป็น
หน้า ๑๔๓