๑๔๓    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๑๔๕
           ปกติ  จะเพลิดเพลินใจ  ส่วนผู้รักษาชีวิตสัตว์
           ไม่ฆ่าสัตว์ เป็นปกติ  จะไม่เพลิดเพลินใจ เมื่อ
           วันเดือนเพ็ญ  มีพระจันทร์เต็มดวงแล้ว  เหล่า
           ชนผู้รื่นเริงใจอยู่เท่านั้น   จึงจะสละชีพได้.
         บรรดาบทเหล่านั้น  บทว่า   ธมฺโม  ความว่า   ธรรมะแม้ทั้งหมด
นี้   คือศีล  ๕ ศีล   ๑๐  สุจริต  ๓  โพธิปักขิยธรรม  ๓๗ ประการ   และ
อมตมหานิพพาน   ชื่อว่า  ธรรม.  บทว่า   อกทฺทโม   ความว่า  ชื่อว่าไม่
มีโคลนตม   เพราะไม่มีโคลนตมคือกิเลส   ได้แก่   ราคะ  โทสะ  โมหะ
มานะ  และทิฐิ.   ด้วยบทนี้   มหาตุณฑิละ  งดธรรมที่เหลือไว้แสดงพระ-
นิพพานเท่านั้น เพราะพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ธรรมทั้งหลายมีปัจจัย. ปรุงแต่งก็ดีงาม       ไม่มีปัจจัยปรุงแต่งก็ตาม    มี
ประมาณเท่าใด     วิราคธรรมท่านกล่าวว่าล้ำเลิศกว่าธรรมเหล่านั้น   ได้
แก่ธรรมให้สร่างเมา.     ปราศจากความหิวระหาย.       ถอนอาลัยออกได้
ตัดวัฏฏะได้  เป็นที่สิ้นตัณหา  วิราคะ  คือคลายกำหนัด   นิโรธ   คือดับ
ตัณหาไม่มีเหลือ   นิพพาน   คือดับกิเลสและทุกข์หมด.  นัยว่าพระโพธิ-
สัตว์  เมื่อจะแสดงพระนิพพานนั้นนั่นแหละ    จึงกล่าวอย่างนี้      ด้วย
อำนาจอุปนิสสัยปัจจัยว่า     น้องจุลตุณฑิละเอ๋ย    เราเรียกสระคือพระ-
นิพพานว่า  ห้วงน้ำ  เพราะในพระนิพพานนั้นนั่นเอง  ไม่มีชาติ  ชรา
พยาธิ  และมรณทุกข์เป็นต้น   แม้ว่าหากจะมีผู้ประสงค์จะพ้นจากมรณะ
หน้า ๑๔๔