๑๕๒    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๑๕๔
วันหนึ่ง   เขาไปนาพร้อมกับคนทั้งหลายผู้เป็นบริวาร  สั่งบังคับกรรมกร
ทั้งหลายว่า   สูเจ้าทั้งหลายจงพากันทำงานเถิด   แล้วเข้าไปหนองน้ำใหญ่
ปลายนา  เพื่อต้องการล้างหน้า.     ก็แหละในหนองน้ำนั้น   มีปูตัวหนึ่ง
มีสีเหมือนสีทอง   มีรูปงามน่าเลื่อมใสอาศัยอยู่.     พระโพธิสัตว์เคี้ยวไม้
ชำระฟันแล้ว    จึงลงไปหนองน้ำนั้น  ในเวลาพระโพธิสัตว์นั้นล้างหน้า
ปูได้มาใกล้พระโพธิสัตว์.    ครั้งนั้น   ท่านได้ยกมันขึ้นมาจับให้นอนอยู่
ในระหว่างผ้าห่มของตนแล้ว   เมื่อไปทำกิจที่ตนจะต้องทำในนา    จึงวาง
มันลงไปในหนองนั้นแล้วได้ไปบ้าน.   ต่อแต่นั้นมาพระโพธิสัตว์   เมื่อ
มาถึงนาจะไปหนองน้ำนั้นก่อน     ให้ปูนอนในระหว่างผ้าห่มแล้ว    จึง
ตรวจดูการงานภายหลัง.   ด้วยประการยังนี้      ความคุ้นเคยกันระหว่าง
พระโพธิสัตว์กับปูนั้นจึงได้มั่นคง.    พระโพธิสัตว์ก็มานาเนืองนิตย์.  ก็
แหละประสาทในนัยน์ตาของพระโพธิสัตว์นั้นปรากฏเป็นวงกลม ๓ ชั้น
ใสแจ๋ว.   ครั้งนั้น   กาตัวเมียที่รังกาบนต้นตาลต้นหนึ่ง    ที่ปลายนาของ
พระโพธิสัตว์นั้นเห็นนัยน์ตาของท่านแล้วอยากจะกิน   จึงบอกกาตัวผู้ว่า
พี่    ฉันเกิดแพ้ท้องแล้ว.
         กาตัวผู้  ธรรมดาการแพ้ท้องเป็นอย่างไร ?
         กาตัวเมีย   ฉันอยากกินนัยน์ตาของพราหมณ์คนนั้น.
         กาตัวผู้    แกเกิดแพ้ท้องที่เลวร้าย      ใครจักสามารถนำนัยน์ตา
เหล่านั้นมาได้.
หน้า ๑๕๓