๑๕๓    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๑๕๕
         กาตัวเมีย   เจ้าไม่สามารถหรือ ?
         กาตัวผู้  ข้าไม่สามารถ.
         กาตัวเมีย  ฉันรู้เรื่องนี้   ก็ที่จอมปลวกนั่นในที่ไม่ไกลต้นตาลมีงู
เห่าหม้ออาศัยอยู่  เจ้าจงปรนนิบัติงูเห่านั้น  พราหมณ์นั้นถูกงูนั้นกัดแล้ว
จักตาย   เมื่อเป็นเช่นนั้น   เจ้าก็จักจิกเอานัยน์ตาของเขามาได้.   กาตัวผู้
รับคำว่าดีแล้ว  จำเดิมแต่นั้นมาก็ปรนนิบัติ  งูเห่าหม้อ.  ในเวลาที่ข้าวกล้า
ที่พระโพธิสัตว์หว่านไว้ตั้งท้อง  ปูก็ได้เติบโตขึ้น.   อยู่มาวันหนึ่ง  งูพูด
กะกาว่า  สหายเอ๋ย   ท่านปรนนิบัติเราเนืองนิตย์  เพราะเหตุอะไร.  เรา
จะทำอะไรให้ท่านได้.    กาบอกว่า   นาย   ทาสีของท่าน   คือภรรยาของ
ฉันเกิดแพ้ท้องอยากกินนัยน์ตาของเจ้าของนานั่น   เรานั้นจักได้นัยน์ตา
ของเจ้าของนานั้น   ด้วยอานุภาพของท่าน   เพราะฉะนั้น    เราจึงปรน-
นิบัติท่าน.    งูบอกให้กานั้นเบาใจว่า   เรื่องนี้ยกไว้เถอะไม่ใช่เรื่องหนัก-
หนา   ท่านจักได้แน่.    ในวันรุ่งขึ้นจึงอาศัยคันนาเอาหญ้าปิดไว้ที่ทางมา
นอนดูการมาของเขา.    พระโพธิสัตว์   เมื่อมาจะลงไปหนองน้ำล้างหน้า
ยังความเสน่หาให้เกิดขึ้น    สวมกอดปูทอง   ให้นอนอยู่ในระหว่างผ้าห่ม
ก่อนแล้วจึงเข้าไปนา.  งูเห็นพระโพธิสัตว์นั้นกำลังมา  ก็เลื้อยไปโดยเร็ว
กัดเนื้อปลีแข้ง   คือน่องให้ล้มลงไปในที่นั้นนั่นเอง   แล้วจึงหนีไปหมาย
จอมปลวกเป็นปลายทาง.     การล้มของพระโพธิสัตว์ก็ดี     การกระโดด
ออกไปจากระหว่างผ้าสาฎกของปูก็ดี     การมาเกาะบนที่อกพระโพธิสัตว์
หน้า ๑๕๔