๑๕๔    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๑๕๖
ก็ดี   ได้มีไม่ก่อนไม่หลังกัน.     กาเกาะแล้วจะใช้จะงอยปากจิกนัยน์ตา.
ปูคิดว่า   ภัยเกิดขึ้นแก่สหายของเราแล้ว   เพราะอาศัยกาตัวนี้      เมื่อเรา
จับกาตัวนี้ไว้ได้    งูก็จักกลับมา   จึงอ้าก้ามหนีบคอกาไว้แน่นเหมือนเอา
คีมคีบไว้ให้มันล้าแล้วจึงได้ทำให้หย่อนไว้หน่อยหนึ่ง   คือลาก้ามลง.  กา
เมื่อจะเรียกงูว่า   สหายเอ๋ย   สหายจะทั้งเราไปเพื่อประโยชน์อะไร  ?    ปู
ตัวนี้หนีบฉัน  ฉันจะยังไม่ตายจนกว่าเพื่อนจะมา  จึงกล่าวคาถาที่ ๑ ว่า:-
                        มฤคสิงคี   คือปูมีตาโปน  มีกระดองแข็ง
           อาศัยน้ำ   ไม่มีขน  ฉันถูกมันหนีบ   จะร้องไห้
           อย่างคนที่ควรกรุณา  เฮ้ย  เพื่อนแกจะหนีฉัน
           ไปเพื่อประโยชน์อะไร ?
         พึงทราบวินิจฉัยในคาถานั้น  ดังต่อไปนี้.   ปูเขาเรียกว่า  สิงคมิคะ
เพราะมีสีเหมือนสีทองสิงคี     หรือเพราะมีเขากล่าว   คือก้าม.    บทว่า
อายตจฺขุเนตฺโต  ได้แก่   ประกอบด้วยตากล่าวคือจักษุยาว.   กระดอง
คือกระดูกของปูนั้นมีอยู่    เพราะเหตุนั้นปูนั้นจึงชื่อว่า    มีกระดองแข็ง
อฏฺ€ิตฺตโจ.     คำว่า     หเร    สขา     เป็นคือร้องเรียก     ความหมายว่า
ดูก่อนสหายผู้เจริญ.
           งูได้ฟังคำนั้นแล้ว  ได้แผ่พังพานพ่นพิษร้ายมา.
หน้า ๑๕๕