๑๕    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๑๗
         เขาตรึกตรองดูตัวเองแล้ว   พูดว่า   แกถามได้
         บุตรคนจัณฑาล  ให้บริษัทเพื่อนของมาณพนั้น.   ยึดถือถ้อยคำ
สัญญานั้นแล้ว   ถามปัญหาว่า   ข้าแต่ท่านมาณพ   ธรรมดาทิศมีเท่าไร ?
         พ.  ธรรมดาทิศมี  ๔  มีทิศตะวันออกเป็นต้น.
         คนจัณฑาลพูดว่า  ผมไม่ได้ถามคุณถึงทิศนั้น  แม้เท่านี้คุณก็ไม่รู้
ยังรังเกียจลมที่พัดผ่านตัวผม.    แล้วจับคอเขาโน้มลงมาลอดหว่างขาของ
ตน.   มาณพทั้งหลายได้บอกพฤติการณ์นั้นแก่อาจารย์.   อาจารย์ครั้นได้
ฟังคำนั้นแล้ว   จึงถามเขาว่า    พ่อเสตเกตุ    จริงไหม ?   ได้ทราบว่าเจ้า
ถูกคนจัณฑาลให้ลอดหว่างขา.
         มาณพตอบว่า    จริงอาจารย์    ลูกของอีทาสีจัณฑาลนั้นว่าผมว่า
แม้เพียงแต่ทิศคุณก็ไม่รู้  แล้วให้ผมลอดหว่างขาของตน  ทีนี้ผมเห็นมัน
แล้ว   จักแก้แค้นมัน.  โกรธแล้ว   ด่า   แช่ง   ลูกคนจัณฑาล.   ครั้งนั้น
อาจารย์    เมื่อโอวาทเขาว่า    พ่อเสตเกตุเอ๋ย    เจ้าอย่าโกรธเขา   ลูกคน
จัณฑาลเป็นบัณฑิต  เขาไม่ได้ถามเจ้าถึงทิศนั้น   แต่เขาถามถึงทิศอื่น   ก็
ทิศที่เจ้ายังไม่เห็นไม่ได้ยินและยังไม่รู้นั่นแหละ      มีมากกว่าทิศที่เจ้าได้
เห็นได้ยินและได้รู้มาแล้ว.     ดังนี้แล้วจึงได้กล่าวคาถา  ๒  คาถาไว้ว่า:-
                        พ่อเอ๋ย   พ่ออย่าโกรธเลย    เพราะความ
           โกรธไม่ดี     ที่เจ้ายังไม่เห็นและยังไม่ได้ยินมี
           เป็นอันมาก  พ่อเสตเกตุเอ๋ย  มารดาบิดาก็เป็น
หน้า ๑๖