| เจริญ ก็จักไม่มีแก่สหายของเรา เราจักให้มันพินาศไป ดังนี้แล้วได้เอา |
| ก้ามหนีบศีรษะของสัตว์ทั้ง ๒ ตัว เหมือนเอาไม้เท้ากดกลีบบัว แล้วให้ |
| ถึงความสิ้นชีวิต. ฝ่ายกาตัวเมียก็ได้หนีไปจากที่นั้น. พระโพธิสัตว์ |
| เอาร่างงูพันที่ท่อนไม้แล้วโยนไปหลังพุ่มไม้ ปล่อยปูสีทองที่หนองน้ำ |
| แล้ว ไปบ้านหลินทิยะนั่นเอง. จำเดิมแต่นั้นมา ความคุ้นเคยระหว่าง |
| พระโพธิสัตว์นั้นกับปูได้มียิ่งกว่าแต่ก่อน. |
| พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประกาศ |
| สัจจะแล้วทรงประชุมชาดก. จึงได้ตรัสคาถาสุดท้ายไว้ว่า :- |
| กาในครั้งนั้น ได้แต่พระเทวทัตในบัดนี้ |
| ส่วนงูเห่าหม้อ ได้แก่ช้างนาฬาคิรี ปูได้แก่ |
| พระอานนท์ผู้เจริญ เราตถาคตผู้เป็นศาสดา |
| ได้แก่พราหมณ์ ในครั้งนั้น. |
| ในเวลาจบสัจธรรม คนได้เป็นพระโสดาบันมากมาย. ส่วนกา |
| ตัวเมียไม่ได้ตรัสไว้ในพระคาถา. มันก็ได้แก่นางจิญจมานวิกา. |
| จบ อรรถกถาสุวรรณกักกฏกชาดกที่ ๔ |