| [๙๓๕] เมื่อบ่นเพ้ออยู่อย่างนี้ว่า ของกู ๆ หวง- |
| แหนไว้ภายหลังพระราชาบ้าง โจรบ้าง ทายาท |
| ผู้ไม่เป็นที่รักบ้าง เอาทรัพย์ไป คนนั้นก็จะบ่น |
| เพ้ออยู่นั่นแหละ. |
| [๙๓๖] ส่วนผู้มีปรีชาใช้เองด้วย สงเคราะห์ญาติ |
| ทั้งหลายด้วย เขาจะได้รับเกียรติ เพราะการ |
| สงเคราะห์นั้น ละโลกนี้ไปแล้ว ก็จะบรรเทิง |
| ในสวรรค์. |
| จบ มัยหกสกุณชาดกที่ ๕ |
| |
| อรรถกถามัยหกสกุณชาดกที่ ๕ |
| |
| พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภ |
| อาคันตุกเศรษฐี จึงตรัสเรื่องนี้ มีคำเริ่มต้นว่า สถุโณ มยฺหโห นาม |
| ดังนี้. |
| ความพิสดารว่า ที่นครสาวัตถี ได้มีเศรษฐีชื่ออาคันตุกะ เป็นคน |
| มั่งคั่งมีทรัพย์มาก. แต่เขาไม่ใช้สอยโภคทรัพย์ด้วยตนเองเลย และไม่ได้ |
| ให้แก่คนอื่น. เมื่อเขานำโภชนะที่ประณีตมีรสอร่อยต่าง ๆ มาให้ เขาจะ |
| ไม่รับประทานโภชนะนั้น รับประทานแต่ปลายข้าว มีกับ คือน้ำผักดอง |
| ๒ อย่างเท่านั้น. เมื่อเขานำผ้าจากแคว้นกาสีที่เขารีดแล้ว อบแล้วมาให้ |