๑๖๒    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๑๖๔
ก็ให้เขานำออกไป    นุ่งห่มแต่ผ้าเนื้อหยาบแข็งกระด้าง    เมื่อเขานำรถที่
ตระการไปด้วยแก้วแกมทอง   เทียมด้วยม้ามาให้   ก็ให้นำรถนั้นออกไป
ไปด้วยรถเล็กที่ทำด้วยไม้ธรรมดา   เมื่อเขากั้นฉัตรทองให้   ก็ให้เขานำ
ฉัตรนั้นออกไป    กั้นด้วยฉัตรที่ทำด้วยใบไม้.   ตลอดชีวิตเขาไม่ทำบุญ
แม้แต่อย่างเดียว   ในจำนวนบุญทั้งหลายมีทานเป็นต้น  ถึงแก่กรรมแล้ว
จึงเกิดในโรรุวนรก.   พระราชาทรงให้ขนสมบัติที่ไม่มีบุตรรับมรดกของ
เศรษฐีนั้น   เข้าไปในราชตระกูล    เป็นเวลา ๗ วัน.   เมื่อให้ขนสมบัติ
นั้นเสร็จแล้ว    พระราชาทรงเสวยพระกระยาหารเช้าแล้ว   ได้เสด็จไป
พระวิหารเชตวัน   ทรงไหว้พระศาสดา  แล้วประทับนั่ง  เมื่อพระศาสดา
ตรัสว่า ขอถวายพระพรมหาบพิตร  พระองค์ไม่ทรงทำพุทธอุปฐากหรือ ?
จึงทูลถามพระศาสดาว่า  ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ  เศรษฐีชื่อว่า  อาคันตุกะ
ในนครสาวัตถีถึงแก่กรรมแล้ว      เมื่อให้คนขนทรัพย์  ไม่มีเจ้าของของ
เศรษฐีนั้น     มาที่พระราชวังอยู่นั่นเอง     วันเวลาได้ผ่านไปถึง ๗ วัน.
ก็เศรษฐีนั้นแม้ได้ทรัพย์มีประมาณเท่านี้       ก็ไม่ได้ใช้สอยด้วยตนเอง
เลย   และไม่ได้ให้คนอื่นด้วย   ทรัพย์ของเขาจึงได้เป็นเสมือนสระโบก.
ขรณีที่ผีเสื้อหวงแหนไว้   วันเดียวเขาก็ไม่ได้เสวยรสโภชนะอันประณีต
ตนเข้าไปสู่ปากมัจจุราชเสียแล้ว      คนผู้ไม่มีบุญมีความตระหนี่อย่างนี้
ทำกรรมอะไรไว้จึงได้รับทรัพย์ประมาณเท่านี้  และด้วยเหตุอะไรจิตของ
เขาจึงไม่ยินดีในโภคทรัพย์ในการใช้สอย ?     พระศาสดาตรัสว่า      ขอ
ถวายพระพรมหาบพิตร  เศรษฐีคนนั้นนั่นเอง  ทำเหตุที่ให้ได้ทรัพย์  ๑
หน้า ๑๖๓