๑๖๓    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๑๖๕
ภาวะที่ได้ทรัพย์มาแล้วไม่ใช้สอย ๑   ดังนี้แล้ว   เป็นผู้อันพระราชาทูล
ขอแล้ว   จึงทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก   ดังต่อไปนี้ :-
         ในอดีตกาล     เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในนคร
พาราณสี       ได้มีเศรษฐีเมืองพาราณสี      ไม่มีศรัทธามีความตระหนี่
ไม่ให้อะไรแก่ใคร   ไม่สงเคราะห์ใคร      วันหนึ่ง    เขากำลังเดินไปเฝ้า
พระราชา   เห็นพระปัจเจกพุทธเจ้า   ทรงพระนามว่า    ตครสิขี   กำลัง
เดินไปบิณฑบาต  ไหว้แล้ว  ทูลถามว่า  ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ   พระองค์
ได้ภิกษาแล้วหรือ ?   เมื่อพระองค์ตรัสว่า   ท่านมหาเศรษฐี    อาตมภาพ
กำลังเดินไปเรื่อย ๆ   ไม่ใช่หรือ ?   จึงสั่งบังคับชายคนหนึ่งว่า   ไปเถิด
เจ้าจงนำพระปัจเจกพุทธเจ้านี้ไปบ้านพวกเรา ให้ท่านประทับนั่งบนแท่น
เรา      แล้วให้บรรจุภัตตาหารที่เขาเตรียมไว้สำหรับพวกเราให้เต็มบาตร
แล้วถวายไป.     เขานำพระปัจเจกพุทธเจ้าไปเรือน    แล้วให้ประทับนั่ง
บอกให้ภรรยาเศรษฐีทราบ    ให้บรรจุภัตตาหารที่มีรสเลิศนานาชนิดให้.
เต็มบาตร  แล้วได้ถวายพระองค์ไป.   พระองค์ทรงรับภัตตาหารแล้ว ได้
เสด็จออกจากนิเวศน์ของท่านเศรษฐี      แล้วเสด็จดำเนินไปในระหว่าง
ถนน.  เศรษฐีกลับจากพระราชวังแล้ว เห็นพระองค์ไหว้แล้ว ทูลถามว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ      พระองค์ได้รับภัตตาหารแล้วหรือ ?      ได้แล้ว
ท่านมหาเศรษฐี   พระองค์ตรัสตอบ.     เศรษฐีนั้นแลดูบาตรแล้วไม่อาจ
ให้จิตเลื่อมใสได้  คิดว่า  ภัตตาหารของเรานี้    ทาสหรือกรรมกรทั้งหลาย
กินแล้วคงทำงานแม้ที่ทำได้ยาก น่าเสียดายหนอ ! เราได้มีความเสื่อมเสีย
หน้า ๑๖๔