๑๖๔    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๑๖๖
เสียทรัพย์สินแล้ว    ดังนี้       ไม่สามารถทำอปรเจตนาให้บริบูรณ์ได้.
ธรรมดาทาน     เมื่อบุคคลสามารถทำเจตนาทั้ง   ๓  ให้บริบูรณ์เท่านั้น
จึงจะมีผลมาก.   ก่อนแต่ให้ทาน    เราทั้งหลายจงเป็นผู้ใจดี   แม้เมื่อให้
ก็จงเป็นผู้เต็มใจจริง ๆ       ครั้นให้แล้วก็ไม่สอดแคล้วอาลัยภายหลังเลย
เพราะฉะนั้นแล  คนหนุ่มคนสาวของเราทั้งหลาย   จะไม่ตายคือไม่เสื่อม
จากสมบัติ.  คนก่อนแต่ให้ก็มีใจดี  เมื่อกำลังให้ก็ให้จิตใจเลื่อมใส   ครั้น
ให้แล้วก็ดีใจ   นี่เป็นความถึงพร้อมแห่งบุญ.
         ขอถวายพระพรมหาบพิตร      อาคันตุกเศรษฐีได้รับทรัพย์มาก
เพราะปัจจัยที่ได้ถวายแก่พระตครสิขีปัจเจกพุทธเจ้า    แต่ไม่อาจใช้สอย
โภคทรัพย์ได้  เพราะไม่สามารถทำอปรเจตนา   คือเจตนาดวงหลัง  ให้
ประณีตได้   ด้วยประการดังนี้แล.
         พระราชาทูลถามว่า    ก็เหตุไฉนเขาจึงไม่ได้บุตรพระพุทธเจ้าข้า
พระศาสดาตรัสตอบว่า     ขอถวายพระพรมหาบพิตร    แม้เหตุแห่งการ
ไม่ได้บุตร  เศรษฐีนั้นก็ทำไว้เหมือนกัน  ถูกพระราชาทูลอ้อนวอนแล้ว
จึงทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก   ดังต่อไปนี้.
         ในอดีตกาล     เมื่อพระเจ้าพรหมทัตตรองราชสมบัติอยู่ในนคร-
พาราณสี   พระโพธิสัตว์เกิดในตระกูลเศรษฐีผู้มีสมบัติ   ๘๐  โกฏิ  เติบ
ใหญ่แล้ว   มารดาบิดาล่วงลับไปแล้ว   เมื่อตรวจตราดูสมบัติแล้ว   จะมัด
จิตใจน้องชายไว้    จึงให้สร้างโรงทานไว้ที่ประตูเรือน    ให้มหาทานไป
หน้า ๑๖๕