๑๖๗    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๑๖๙
           สักครั้งเดียว    และไม่สงเคราะห์ญาติทั้งหลาย
           เมื่อบ่นเพ้ออยู่อย่างนี้ว่า  ของกู  ของกู  หวงแหน
           ไว้ภายหลัง    พระราชาบ้าง    โจรบ้าง    ทายาท
           ผู้ไม่เป็นที่รักบ้าง  เอาทรัพย์ไป  คนนั้นก็จะบ่น
           เพ้ออยู่นั่นแหละ       ส่วนผู้มีปรีชาใช้เองด้วย
           สงเคราะห์ญาติทั้งหลายด้วย  ด้วยการสงเคราะห์
           นั้น   เขาจะได้รับเกียรติ    ละโลกนี้ไปแล้วจะ
           บรรเทิงในสวรรค์.
         บรรดาบทเหล่านั้น  บทว่า  มยฺหโก  ความว่า  ที่ได้ชื่ออย่างนี้
เพราะอำนาจการร้องว่า  ของกู  ของกู.   บทว่า  คิริสานุทรีจโร  ความว่า
นกนั้นที่ชื่อว่า     คิริสานุทรีจโร    เพราะบินไปที่ไหล่เขาและซอกเขา.
บทว่า   ปกฺกํ    ปิปฺผลึ    ความว่า   ต้นเลียบต้นหนึ่งที่มีผลเต็มต้น   ใน
ดินแดนหิมพานต์.  บทว่า   กนฺทติ  ความว่า  มันจะบินร้องห้ามฝูงนก
ที่ห้อมล้อมต้นไม้นั้น  กินผลที่สุก ๆ อยู่.  บทว่า   ตสฺเสวํ  วิลปนฺตสฺส
ความว่า  เมื่อมันร่ำร้องอยู่อย่างนี้นั่นแหละ    บทว่า   ภุตฺวาน   ปิปฺผลึ
ยนฺติ    ความว่า   กินผลเลียบนั้น    แล้วบินไปต้นอื่นที่มีผลสมบูรณ์.
บทว่า   วิลปเตว    ความว่า   ส่วนนกนั้นก็ยังร้องอยู่นั่นเอง.     บทว่า
ยโถธึ   ความว่า  ตามส่วน  อธิบายว่า  ไม่ได้ส่วนที่จะต้องได้  ด้วยอำนาจ
เครื่องอุปโภคและเครื่องบริโภคของมารดาบิดา   พี่ชายพี่สาว   น้องชาย
หน้า ๑๖๘