| น้องสาวและบุตรธิดาเป็นต้น. บทว่า สกึ ความว่า ไม่ได้ใช้สอย |
| แม้แต่ครั้งเดียว อธิบายว่า ไม่ได้ใช้ของตนบ้าง. บทว่า น สงฺคณฺหาติ |
| ความว่า ไม่ได้สงเคราะห์ด้วยอำนาจการให้ภัตตาหาร เครื่องนุ่ง พืช |
| พันธุ์และไถเป็นต้น. บทว่า วิลปเตว โส นโร ความว่า เมื่อพระราชา |
| เป็นต้นเหล่านั้น เอาทรัพย์ไป คน ๆ นั้นก็จะบ่นเพ้ออยู่นั่นแหละ. |
| บทว่า ธีโร ได้แก่บัณฑิต. บทว่า สงฺคณฺหาติ ความว่า ย่อมสงเคราะห์ |
| ญาติทั้งหลายที่เขากำลังทำมาหากิน ที่มาสู่สำนักตนด้วยการให้ภัตตาหาร |
| เครื่องนุ่งห่ม พืชพันธุ์และไถเป็นต้น. บทว่า เตน ความว่า สัตบุรุษนั้น |
| จะได้รับเกียรติและการสรรเสริญตนในท่ามกลางษริษัท ครั้นละโลกนี้ |
| ไปแล้วก็จะปลื้มใจในเทพนคร ด้วยการสงเคราะห์ญาตินั้น. |
| พระมหาสัตว์ ครั้นแสดงธรรมแก่น้องชายอย่างนี้ แล้วก็ให้เขา |
| ทำโรงทานที่เขางดไป แล้วให้เป็นไปตามปกติ แล้วได้ไปยังแดน |
| หิมพานต์ มีฌานไม่เสื่อมถึงแก่กรรมแล้ว ได้เข้าถึงพรหมโลก. |
| พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว จึงตรัสว่า |
| ขอถวายพระพรมหาบพิตร อาคันตุกเศรษฐี ไม่ได้บุตร ไม่ได้ธิดาเลย |
| เพราะฆ่าบุตรพี่ชาย ด้วยเหตุดังนี้แล แล้วทรงประชุมชาดกไว้ว่า |
| น้องชายในครั้งนั้น ได้แก่ อาคันตุกเศรษฐี ในบัดนี้ ส่วนพี่ชาย |
| ได้แก่ เราตถาคตนั่นเอง. |
| จบ อรรถกถามัยหกสกุณชาดกที่ ๕ |