๑๗๓    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๑๗๕
กาสีที่มีที่  ๓๐ โยชน์ได้พากันไปยังราชธานีอื่น ๆ.  สมณะพราหมณ์ผู้ทรง
ธรรม       แม้คนเดียวที่จะให้โอวาทแก่คนทั้งหลายทั่วแคว้นกาสีก็ไม่มี.
คนทั้งหลายที่ไม่ได้รับโอวาท    ได้เป็นคนหยาบคาย.      คนทั้งหลายที่
ปล่อยปละละเลยทานและศีลเป็นต้น     ตายไปแล้วโดยมาก.      ก็เกิดใน
นรก.    ขึ้นชื่อว่าจะเกิดในสวรรค์ไม่มีแล้ว.     ท้าวสักกะเมื่อไม่ทรงเห็น
เทพบุตรใหม่  จึงทรงรำลึกว่า  มีเหตุอะไรหนอแล ?   แล้วก็ทรงทราบว่า
พระเจ้าพาราณสีทรงพิโรธ     เพราะอาศัยวิชาธร   ทรงไล่บรรพชิตออก
จากแว่นแคว้น    เพราะทรงเชื่อถือผิด     จึงทรงดำริว่า   คนอื่นนอกจาก
เรา ที่จะสามารถทำลายความเธอถือผิดของพระราชาพระองค์นี้ไม่มี และ
เราจักเป็นที่พึ่งของพระราชาและราษฎรทั้งหลาย    แล้วได้เสด็จไปสำนัก
พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายที่เงื้อมแห่งภูเขาชื่อว่า    นันทมูลกะทรงไหว้
แล้วทูลว่า  ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ  ชื่อพระคุณเจ้าทั้งหลาย  จงให้พระ
ปัจเจกพุทธเจ้าผู้เฒ่าองค์หนึ่งแก่กระผม       กระผมจักให้ราษฎรชาวกาสี
เลื่อมใส.    ท้าวเธอได้พระสังฆเถระทีเดียว.   จึงท้าวเธอทรงรับเอาบาตร
และจีวรของพระปัจเจกพุทธเจ้านั้น    ให้ท่านอยู่ข้างหน้าพระองค์เองอยู่
ข้างหลัง     ทรงแปลงเพศเป็นมาณพรูปหล่อ     วางอัญชลีไว้เหนือเศียร
นมัสการพระปัจเจกพุทธเจ้า  เสด็จเที่ยวไปทางเบื้องบนพระนครทั้งหมด
๓  เที่ยว   มาถึงประตูพระราชวัง  ได้ประทับยืนอยู่บนอากาศ.   อำมาตย์
ทั้งหลายได้กราบทูลพระราชาว่า    ข้าแต่สมมติเทพมาณพรูปงามคนหนึ่ง
นำเอาสมณะรูปหนึ่งมายืนอยู่บนอากาศตรงประตูพระราชวัง.  พระราชา
หน้า ๑๗๔