๑๗๘    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๑๘๐
ของสิ่งใด ๆ  เขาก็เป็นผู้เหมาะคือสมควรแก่สิ่งนั้น  ๆ  อธิบายว่า  ให้อยู่ทุก
สิ่งที่ชนเหล่านั้นขอแล้ว  ขอแล้ว.  บทว่า    สุตฺวาน    เทวินฺท    สุภาสิตานิ
ความว่า   พระราชาทูลว่า   ข้าพระองค์ฟังสุภาษิตของพระองค์แล้ว     จัก
เป็นคนแบบนี้.
         ก็แหละ  พระราชาครั้นตรัสอย่างนี้    ก็เสด็จลงจากปราสาท  ทรง
ไหว้พระปัจเจกพุทธเจ้า  แล้วได้ประทับยืน ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง.   พระ-
ปัจเจกพุทธเจ้า   ทรงนั่งคู้บัลลังก์ที่อากาศ    แล้วทรงโอวาทพระราชาว่า
ขอถวายพระพรมหาบพิตร       วิชาธรนั้นไม่ใช่สมณะ    ต่อแต่นี้ไปขอ
พระองค์จงทรงทราบไว้ว่าโลกไม่ว่างเปล่า ยังมีสมณะพราหมณ์ผู้ทรงศีล
อยู่แล้วทรงอวยทาน    ทรงศีล   ทรงอุโบสถกรรมเถิด     ฝ่ายท้าวสุกกะ
ประทับยืนอยู่ที่อากาศ      ด้วยอานุภาพของท้าวสักกะประทานโอวาทแก่
ทวยนครว่า   ต่อแต่นี้ไปสูเจ้าทั้งหลายจงเป็นผู้ไม่ประมาทเถิด   แล้วทรง
ให้ตีกลองป่าวประกาศว่า   สมณพราหมณ์ทั้งหลายผู้หนีไปแล้ว   จงกลับ
มา.   จึงท่านทั้ง ๒  คือท้าวสักกะและพระปัจเจกพุทธเจ้า ได้เสด็จไปยังที่
ของตน.     พระราชาทรงตั้งอยู่โนเทวโอวาทของท้าวสักกะนั้น   แล้วได้
ทรงทำบุญทั้งหลายมีทานเป็นต้น.
         พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว    ทรงประชุม
ชาดกไว้ว่า.   พระปัจเจกพุทธเจ้า   ครั้งนั้นได้ปรินิพพานแล้ว  พระราชา
ได้แก่พระอานนท์   ส่วนท้าวสักกะ  ได้แก่เราตถาคต   ฉะนั้นแล.
                         จบ อรรถกถาปัพพชิตวิเหฐกชาดกที่  ๖
หน้า ๑๗๙