๑๘๑    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๑๘๓
บานงามจึงไปยืนดมดอกไม้อยู่ใต้ลม. ลำดับนั้นเทวดาผู้สิงอยู่ที่ไพรสณฑ์
นั้น   จึงให้ท่านสลดใจว่า   ข้าแต่ท่านผู้เช่นกับด้วยเรา   ท่านชื่อว่าเป็น
ผู้ขโมยกลิ่น ความคิดว่าดังนี้เป็นสิ่งประเสริฐ  เป็นองค์  ๑  ของการขโมย.
เธอเป็นผู้ที่เทวดานั้นให้สลดใจแล้ว  จึงมาที่พระเชตวันอีก    ถวายบังคม
พระศาสดาแล้วนั่งอยู่    ถูกพระศาสดาตรัสถามว่า   ดูก่อนภิกษุเธออยู่ที่
ไหน.   ทูลว่า   อยู่ที่ไพรสณฑ์ชื่อโน้น   เทวดาที่ไพรสณฑ์นั้นนั่นเอง
ให้ข้าพระองค์สลดใจอย่างนี้.   ครั้งนั้นพระศาสดาตรัสกะภิกษุนั้นว่า   ดู
ก่อนภิกษุ  ไม่ใช่แต่เธอเท่านั้นที่ดมดอกไม้อยู่  ถูกเทวดาให้สลดใจ   แม้
บัณฑิตในกาลก่อนทั้งหลาย       เทวดาก็เคยให้สลดใจมาแล้วเหมือนกัน
เป็นผู้ที่ภิกษุนั้นทูลอ้อนวอนแล้ว       จึงทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก
ดังต่อไปนี้ :-
         ในอดีตกาล      เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในนคร
พาราณสี  พระโพธิสัตว์เกิดในตระกูลพราหมณ์ที่หมู่บ้านในแคว้นกาสี
ตำบลหนึ่ง  เติบโตแล้วได้เรียนศิลปะในเมืองตักกศิลา  ต่อมาได้บวชเป็น
ฤาษี  เข้าไปอาศัยสระบัวแห่งหนึ่งอยู่   วันหนึ่งลงไปสระนั้น   ได้ยืนดม
ดอกบัวที่บานงดงาม.  ครั้งนั้นเทพธิดาตนหนึ่งสถิตอยู่ที่ลำต้นต้นไม้เมื่อ
จะให้ทานสลดใจ   จึงกล่าวคาถาที่  ๑  ว่า :-
                        ดูก่อนท่านผู้เช่นกับด้วยเรา        ท่านดม
           ดอกไม้ที่เกิดในน้ำ   ดอกบัวที่เขาไม่ได้ให้นี้ใด
หน้า ๑๘๒