๑๘๔    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๑๘๖
บาปจะปรากฏเป็นสิ่งมีประมาณเท่าเมฆก้อนใหญ่. บัดนี้  เหตุไฉนท่าน
จึงจะทำโทษและนี้ให้เป็นอัพโภหาริก  เป็นเหมือนไม่มีโทษไป.
         ส่วนพระโพธิสัตว์ผู้ถูกเทวดาให้สลดใจ    ได้ถึงความสังเวชแล้ว
จึงกล่าวคาถาที่  ๖  ว่า :-
                        ข้าแต่ท่านผู้ควรบูชายักษ์  ท่านรู้จักข้าพ-
           เจ้าแน่นอน   และท่านอนุเคราะห์ข้าพเจ้า    ข้า
           แต่ท่านผู้ควรบูชายักษ์  ท่านจงตำหนิอีก     เมื่อ
           ท่านเห็นโทษชนิดนี้ของเรา.
         พึงทราบวินิจฉัยในคาถานั้นต่อไป  พระโพธิสัตว์ร้องเรียกเทวดา
ว่ายักษ์.   บทว่า   วชฺชาสิ   ความว่า   ท่านพึงว่ากล่าว.   บทว่า   ยทา
ปสฺสสิ  เอทิสํ   ความว่า  พระโพธิสัตว์กล่าวว่า   เมื่อใดท่านเห็นโทษ
แบบนี้ของข้าพเจ้า   เมื่อนั้นท่านพึงว่ากล่าวอย่างนี้ทีเดียว.
         ลำดับนั้นเทพธิดา   จึงกล่าวคาถาที่   ๗  แก่พระโพธิสัตว์ว่า:-
                        ข้าพเจ้าไม่ได้อาศัยสิ่งนั้นเลี้ยงชีพเลย   ทั้ง
           เราไม่ได้เป็นลูกจ้างท่าน   ข้าแต่ภิกษุ   ตัวท่าน
           เองควรรู้กรรมที่เป็นเหตุให้ไปสุคติ.
         บรรดาบทเหล่านั้น   บทว่า   ภตฺติกมฺหเส   ความว่า   เทพธิดา
แสดงว่าข้าพเจ้าไม่เป็นลูกจ้างของท่าน  คือไม่เป็นแม้ผู้ทำงานเพื่อสินจ้าง
หน้า ๑๘๕