| บาปจะปรากฏเป็นสิ่งมีประมาณเท่าเมฆก้อนใหญ่. บัดนี้ เหตุไฉนท่าน |
| จึงจะทำโทษและนี้ให้เป็นอัพโภหาริก เป็นเหมือนไม่มีโทษไป. |
| ส่วนพระโพธิสัตว์ผู้ถูกเทวดาให้สลดใจ ได้ถึงความสังเวชแล้ว |
| จึงกล่าวคาถาที่ ๖ ว่า :- |
| ข้าแต่ท่านผู้ควรบูชายักษ์ ท่านรู้จักข้าพ- |
| เจ้าแน่นอน และท่านอนุเคราะห์ข้าพเจ้า ข้า |
| แต่ท่านผู้ควรบูชายักษ์ ท่านจงตำหนิอีก เมื่อ |
| ท่านเห็นโทษชนิดนี้ของเรา. |
| พึงทราบวินิจฉัยในคาถานั้นต่อไป พระโพธิสัตว์ร้องเรียกเทวดา |
| ว่ายักษ์. บทว่า วชฺชาสิ ความว่า ท่านพึงว่ากล่าว. บทว่า ยทา |
| ปสฺสสิ เอทิสํ ความว่า พระโพธิสัตว์กล่าวว่า เมื่อใดท่านเห็นโทษ |
| แบบนี้ของข้าพเจ้า เมื่อนั้นท่านพึงว่ากล่าวอย่างนี้ทีเดียว. |
| ลำดับนั้นเทพธิดา จึงกล่าวคาถาที่ ๗ แก่พระโพธิสัตว์ว่า:- |
| ข้าพเจ้าไม่ได้อาศัยสิ่งนั้นเลี้ยงชีพเลย ทั้ง |
| เราไม่ได้เป็นลูกจ้างท่าน ข้าแต่ภิกษุ ตัวท่าน |
| เองควรรู้กรรมที่เป็นเหตุให้ไปสุคติ. |
| บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ภตฺติกมฺหเส ความว่า เทพธิดา |
| แสดงว่าข้าพเจ้าไม่เป็นลูกจ้างของท่าน คือไม่เป็นแม้ผู้ทำงานเพื่อสินจ้าง |