๑๘๘    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๑๙๐
เสด็จมาแล้วตรัสถามว่า    ภิกษุทั้งหลาย    พวกเธอทั้งหลายนั่งสนทนา
กันด้วยเรื่องอะไร ในบัดนี้ ? เมื่อภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ด้วยเรื่องชื่อนี้
จึงตรัสว่า  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ไม่ใช่ในแต่บัดนี้เท่านั้น  แม้ในกาลก่อน
ภิกษุเหล่านี้  ก็เป็นผู้มีศีลเป็นที่เยาะเย้ยเหมือนกัน   จึงทรงนำเอาเรื่องใน
อดีตมาสาธก  ดังต่อไปนี้ :-
         ในอดีตกาล    เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในนคร-
พาราณสี  พระโพธิสัตว์ได้เป็นท้าวสักกะ.  ในครั้งนั้น  พี่น้อง  ๗  คน
ในหมู่บ้านกาสิกคาม     ตำบลใดตำบลหนึ่ง     เห็นโทษในกามทั้งหลาย
พากันออกบวชเป็นฤาษีอยู่ท่ามกลางป่า  ไม่ทำความเพียรในโยคะ   เป็น
ผู้มากไปทางร่างกายแข็งแรง    เที่ยวเล่นกีฬานานัปการ.       ท้าวสักกะ
เทวราชทรงดำริว่า เราจักให้ภิกษุเหล่านี้ สลดใจ แล้วทรงปลอมพระองค์
เป็นนกแก้ว   เสด็จมาถึงที่อยู่ของภิกษุเหล่านั้น  แอบอยู่ที่ต้นไม้ต้นหนึ่ง
เมื่อจะให้ภิกษุเหล่านั้นสลดใจ   จึงได้กล่าวคาถาที่  ๑ ว่า :-
                        เหล่าชนผู้กินเดนทั้งหลายพากันอยู่อย่าง
           สบายดีจริงหนอ   ทั้งในปัจจุบันก็น่าสรรเสริญ
           ทั้งในสัมปรายภพก็จะมีสุคติ.
         พึงทราบวินิจฉัยในคาถานั้นต่อไป นกแก้วกล่าวหมายถึงพวกคน
ที่กินอาหารที่เหลือจากผู้อื่นกินแล้ว.   บทว่า   ทิฏฺเ€ว  ธมฺเม  ความว่า
เหล่าชนแบบนี้ในปัจจุบันนี้ก็ควรสรรเสริญทีเดียว   และในสัมปรายภพ
หน้า ๑๘๙