๒๑๐    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๒๑๒
ยอดโดมแบกภาระจันทันทั้งหลายไว้ไม่ตกฉันใด   แม้พระราชาก็ฉันนั้น
เป็นผู้ที่องค์มนตรีทั้งหลายมีประการดังนี้กล่าวแล้ว   มีจิตใจไม่แตกแยก
กัน   จะไม่ทรงพลาด   คือไม่ตกไปได้แก่ไม่ขาดหายไปจากสิริ.
         พระราชา    เมื่อพระโพธิสัตว์กล่าวอยู่นั่นแหละ    ทรงกำหนดดู
พระราชกิริยาของพระองค์แล้ว จึงทรงทราบว่า เมื่อยอดโดมไม่มี จันทัน
ทั้งหลายก็วางอยู่ไม่ได้.  ยอดโดมที่จันทันไม่ยึดรั้งไว้ก็ตั้งอยู่ไม่ได้.  เมื่อ
จันทันแยกกันยอดโดมก็หล่นฉันใด    พระราชาผู้ไม่ทรงธรรมก็ฉันนั้น
เหมือนกัน    เมื่อไม่ทรงยึดเหนี่ยวใจมิตรอำมาตย์   กำลังพลของตนและ
พราหมณ์คหบดีทั้งหลายไว้     เมื่อคนเหล่านั้นแตกแยกกัน    ไม่พากัน
ยึดเหนี่ยวพระทัยพระองค์ไว้ก็จะเสื่อมจากอิสริยยศ   ธรรมดาพระราชา
ควรจะเป็นผู้ทรงธรรม   ดังนี้.  จึงในขณะนั้น  คนทั้งหลายได้นำผลมะงั่ว
มา        เพื่อต้อนการเป็นบรรณาการทูลเกล้าถวายพระองค์.    พระราชา
จึงตรัสกะพระโพธิสัตว์ว่า     สหายเอ๋ย   เชิญรับประทานผลมะงั่วนี้เถิด.
พระโพธิสัตว์รับเอาผลมะงั่วนั้นแล้ว    เมื่อทูลแสดงอุบายรวบรวมทรัพย์
คือการเก็บภาษีถวายพระราชาด้วยอุปมานี้ว่า ข้าแต่มหาราช คนทั้งหลาย
ไม่รู้การกินผลมะงั่วนี้จะทำให้มีแต่รสขม    ส่วนผู้ฉลาดรู้รสเปรี้ยวนำแต่
รสขมออกไป  ไม่นำรสเปรี้ยวออก   ไม่ให้รสมะงั่วเสีย   ภายหลังจึงรับ
ประทานดังนี้แล้ว   จึงกล่าวคาถา  ๒  คาถาความว่า :-
                        ผู้มีมีด  แม้เมื่อไม่ปอกเปลือกผลมะงั่วที่
หน้า ๒๑๑