| ก็ไม่เปื้อน ผงธุลีก็ไม่เลอะ น้ำก็ไม่เปียกมัน |
| ฉันใด. พระราชาผู้เช่นนั้น ก็ฉันนั้น กรรม |
| กิเลสจะไม่เปรอะเปื้อนพระองค์ ผู้มีพระราช |
| วินิจฉัยสะอาด ไม่ทรงผลุนผลัน มีพระราชกิจ |
| บริสุทธิ์ ทรงปราศจากกรรมที่เป็นบาป เหมือน |
| ดอกบัวที่เกิดในสระโบกขรณีทั้งหลายฉะนั้น. |
| บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โอทาตมูลํ ได้แก่มีเง่าขาว. คำว่า |
| อัมพุช เป็นไวพจน์ของดอกบัวนั่นเอง. บทว่า อคฺคินิภาสิผาลิมํ |
| ความว่า บานแล้ว อธิบายว่า แย้มบานแล้ว เพราะพระอาทิตย์มีแสง |
| เหมือนแสงไฟ. บทว่า น กทโม น รโช น วาริ ลิปฺปติ ความว่า |
| โคลนตม ก็ไม่เปื้อน ผงธุลีก็ไม่เลอะ น้ำก็ไม่เปียก อธิบายว่า ไม่ |
| เปรอะเปื้อน. ปาฐะ บาลีว่า ลิมปติ ก็มี. อึกอย่างหนึ่ง บทเหล่านั้น |
| เป็นปฐมาวิภัติใช้ในความหมายสัตมีวิภัติ. ความหมายก็ว่า ไม่แปดเปื้อน |
| คือไม่ผิดอยู่ในโคลนตมเป็นต้นเหล่านั้น. บทว่า โวหารสุจึ ความว่า |
| ทรงเป็นผู้สะอาดในเพราะการทรงตัดสินคดีตามกฏหมาย ที่พระราชา |
| ทั้งหลายผู้ทรงธรรมเก่าก่อนทรงตราไว้ อธิบายว่า ผู้ทรงละการลุอำนาจ |
| อคติทำการวินิจฉัยโดยธรรม. บทว่า อสาหสํ ความว่า ชื่อว่าทรง |
| เว้นจากพระราชกิริยาที่หุนหันพลันแล่น เพราะเหตุที่ทรงดำรงอยู่ใน |
| พระราชวินิจฉัยที่ชอบธรรมนั่นเอง. บทว่า วิสุทฺธกมฺมํ ความว่า |