| ชื่อว่า ทรงมีพระราชกิจบริสุทธิ์ คือมีปกติตรัสคำจริง ได้แก่ไม่ทรง |
| พิโรธ มายความว่า ทรงเป็นกลาง เท่ากับว่าทรงเป็นเหมือนตราชู |
| เพราะเหตุที่พระองค์ไม่ทรงผลุนผลันนั้นนั่นเอง บทว่า อเปตปาปกํ |
| ได้แก่ทรงปราศจากบาปกรรม. บทว่า น ลิมฺปติ กมฺมกิเลส ความว่า |
| กรรมกิเลสนี้ คือ ปาณาติบาต ๑ อทินนาทาน ๑ กาเมสุมิจฉาจาร ๑ |
| มุสาวาท ๑ ไม่ติดเปื้อนพระวาชานั้น. เพราะเหตุไร ? เพราะพระราชา |
| ผู้เช่นนั้นก็เหมือนดอกบัวที่เกิดแล้วในสระโบกขรณี. อธิบายว่า ข้าแต่ |
| มหาราช พระราชาผู้เช่นนั้นทรงเป็นผู้ชื่อว่าอันอะไรไม่เปื้อนเปรอะ |
| แล้ว เหมือนดอกปทุมที่เกิดแล้วในสระโบกขรณี อันอะไรไม่เปื้อน |
| เปรอะแล้ว. |
| พระราชาทรงดำรงอยู่ในโอวาทของพระโพธิสัตว์แล้ว จำเดิม |
| แต่นั้นมา ก็ทรงครองราชย์โดยธรรม ทรงบำเพ็ญบุญทั้งหลายมีทาน |
| เป็นต้น แล้วได้ทรงเป็นผู้มีสวรรค์เป็นที่ไปในเบื้องหน้า. |
| พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ได้ทรงประชุม |
| ชาดกไว้ว่า พระราชาในครั้งนั้น ได้แก่พระอานนท์ในบัดนี้ ส่วนอำมาตย์ |
| ผู้เป็นบัณฑิต คือเราตถาคต ฉะนี้แล. |
| จบ อรรถกถากุกกุชาดกที่ ๑ |