๒๑๘    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๒๒๐
นะ ?     สุนัขจิ้งจอกตอบว่า    ที่ฝั่งแม่น้ำเมืองพาราณสี.     มโนชะรับคำ
สุนัขจิ้งจอกแล้ว     ไปกับมันในเวลาที่ม้าทั้งหลายพากันอาบน้ำในแม่น้ำ
ตะครุบม้าได้ตัวหนึ่ง   ยกขึ้นหลังมาถึงประตูถ้ำของตนทีเดียว   ด้วยกำลัง
สิงห์โต.    ลำดับนั้น   พ่อของเขากัดกินเนื้อม้าแล้ว   จึงพูดว่า   ธรรมดา
ม้าเป็นสัตว์สำหรับใช้สอยของหลวง.     และพระราชาทั้งหลาย   ก็ทรงมี
มายามากมาย   ตรัสสั่งให้พวกนายขมังธนูผู้ฉลาด   คือแม่นธนูยิง.   ขึ้น
ชื่อว่าสิงห์โตที่กินเนื้อม้า    ที่จะอายุยืนไม่มี    ต่อแต่นี้ไปเจ้าอย่าตะครุบ
ม้ามากิน.     มโนชะไม่ทำตามคำพ่อยังตะครุบอยู่นั่นแหละ.     พระราชา
ทรงสดับว่า  สิงห์โตตะครุบม้ากิน  จึงทรงให้สร้างสระโบกขรณี  สำหรับ
ม้าไว้ภายในพระนครนั่นเอง.    แม้จากสระโบกขรณีนั้น    สิงห์โตก็ยังมา
ตะครุบเอาเหมือนกัน.   พระราชาจึงทรงให้สร้างโรงม้า  แล้วให้หญ้าและ
น้ำแก่ม้าในภายในโรงนั้นเอง.    สิงห์โตก็ไปทางด้านบนกำแพง ตะครุบ
เอาจากภายในโรงนั่นแหละ.   พระราชาตรัสสั่งนายขมังธนูยิงเร็ว  คือยิง
ไม่ขาดระยะ   คนหนึ่งมา  แล้วตรัสว่า   ดูก่อนพ่อ   เจ้าจักอาจยิงสิงห์โต
ได้ไหม ?    เขาทูลว่า  ได้พระพุทธเจ้าข้า   แล้วได้ให้คนสร้างป้อมไว้ชิด
กำแพงใกล้ทางสิงห์โตมาแล้วได้ยืนบนนั้น.  สิงห์โตมาแล้วให้สุนัขจิ้งจอก
ยืนอยู่นอกป่าช้า   แล้ววิ่งเข้าพระนคร   เพื่อจะตะครุบม้า.   ฝ่ายนายขมัง
ธนู  เวลาสิงห์โตมา   คิดว่า   สิงห์โตมีความรวดเร็วมาก     จึงยังไม่ยิง
แต่เวลามันตะครุบม้าแล้วเดินไป     จึงยิงสิงห์โต    ที่ลดความเร็วลงแล้ว
หน้า ๒๑๙