| ผู้นั้นถึงจะมีเวทมนต์ตั้งพัน อาศัยเวทมนต์นั้น |
| แต่ไม่ถึงจรณะ ก็ไม่พ้นทุกข์. |
| บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กริตฺวา ได้แก่ กตฺวา แปลว่าทำแล้ว |
| บทว่า จรณํ ได้แก่สมาบัติ ๘ พร้อมด้วยศีล. มีคำอธิบายไว้ว่า ข้าแต่ |
| มหาราชเจ้าผู้ใดสำคัญว่า เราเป็นพหูสูต แม้มีความรู้ตั้งพันแต่ไม่ |
| ประพฤติสุจริต ๓ อย่าง ทำแต่บาปอย่างเดียว ผู้นั้นครั้นทำบาปกรรม |
| เหล่านั้นแล้ว อาศัยความเป็นพหูสูตนั้น แต่ไม่บรรลุจรณะ กล่าวคือ |
| ศีลและสมาบัติ ก็คงไม่พ้นทุกข์ คือไม่พ้นจากอบายทุกข์ไปได้เลย. |
| พระราชาครั้นทรงสดับคำนั้นแล้ว ทรงนำไปแล้วซึ่งความเลื่อม |
| ใสในดาบสทั้งหลาย ลำดับนั้น เสตเกตุดาบส จึงคิดว่าพระราชานี้ได้ |
| เกิดความเลื่อมใสในดาบสทั้งหลายแล้ว. แต่ปุโรหิตคนนี้บั่นทอนความ |
| เลื่อมใสนั้น เหมือนเอามีดฟัน เราควรจะทูลกับพระราชานั้น. |
| ท่านเมื่อทูลกับพระราชา ได้ถวายพระพรคาถาที่ ๕ ว่า :- |
| คนแม้มีเวทมนต์ตั้งพันอาศัยเวทมนต์นั้น |
| แต่ยังไม่ถึงจรณะ ยังไม่พ้นทุกข์ อาตมภาพ |
| เข้าใจว่า พระเวททั้งหลาย เป็นสิ่งที่ไร้ผล |
| จรณะคือการสำรวมอย่างดีเท่านั้นแหละ เป็น |
| ของจริง. |