| คิริยะมีรูปอย่างนี้. บทว่า ปาปสมฺปวงฺเกน ความว่า มีเพื่อนที่เลว |
| ทราม. บทว่า อจฺฉนฺตํ ได้แก่จมลง. บทว่า ปาปิโย จ นิคจฺฉติ |
| ความว่า จะพบเพื่อนที่เลวทราม. บทว่า หิตานํ ความว่า ผู้มุ่งประ- |
| โยชน์เกื้อกูล. บทว่า อตฺถทสฺสินํ ความว่า ผู้ชี้แนะประโยชน์อนาคต |
| บทว่า ปาปิโย ได้แก่เลวกว่า. บทว่า อธมชนูปเสวี ความว่า คบ |
| หาคนชั่วช้า. บทว่า อุตฺตมํ ความว่า ผู้เจริญ ที่สุด ด้วยกำลังร่างกาย |
| พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสอภิสัมพุทธคาถาหลังสุดว่า :- |
| คนผู้คบหาคนเลวทรามเป็นปกติ จะ |
| เสื่อมเสีย แต่ผู้คบหาคนเสมอกันเป็นปกติ |
| จะไม่เสื่อมเสียในกาลไหน ๆ ส่วนผู้คบหาคนที่ |
| ประเสริฐที่สุดอยู่ จะเข้าถึงเขาโดยเร็ว. เพราะ |
| นั้น คนควรคบแต่คนที่สูงกว่าตน. |
| บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นิหียติ ความว่า ดูก่อนภิกษุทั้ง- |
| หลาย ธรรมดาว่าผู้คบคนเลว ย่อมเสื่อมไป คือเสียหาย ได้แก่ถึงความ |
| พินาศ. บทว่า ตุลฺยเสวี ความว่า ผู้คบหาคนผู้เช่นกับด้วยตน ด้วย |
| คุณความดีทั้งหลาย มีศีลเป็นต้นอยู่ จะไม่เสื่อมเสีย. แต่เขาจะมีความ |
| เจริญอย่างเดียว. บทวา เสฏฺมุปคมํ ความว่า เมื่อเข้าไปหาคนที่สูง ๆ |
| ว่าตน ด้วยคุณความดีมีศีลเป็นต้นนั่นแหละ. บทว่า อุเทติ ขิปฺปํ |
| ความว่า จะเข้าถึงเขาด้วยคุณความดีมีศีลเป็นต้น โดยเร็วทีเดียว. |