๒๒๗    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๒๒๙
         รา.   ถ้าอย่างนั้น   เจ้าจงทำงานนั้น   เจ้าจงให้ชีวิตฉันไว้.
         อำมาตย์รับใส่เกล้าใส่กระหม่อมว่า สาธุ  แล้วเบิกคนจากเรือนจำ
ให้แบกกับข้าวไปส่งยักษ์ทุกวัน     โดยไม่ให้รู้เรื่องอะไรเลย.    ยักษ์กิน
ภัตตาหาร    แล้วก็กินคนด้วย.    ต่อมาเรือนจำทั้งหลายเกิดไม่มีคน   คือ
นักโทษ.  พระราชา   เมื่อไม่ได้คนนำสำรับกับข้าวไป   ก็ทรงหวาดหวั่น
เพราะทรงกลัวความตาย.    ลำดับนั้น   อำมาตย์เมื่อจะทรงปลอบพระทัย
พระองค์  จึงทูลว่า   ข้าแต่สมมติเทพ   คนมีความหวังในทรัพย์มีมากกว่า
คนมีความหวังชีวิต      ข้าพระองค์จักให้วางห่อเงินพันกหาปณะไว้บนคอ
ช้าง   แล้วให้เที่ยวตีกลองประกาศว่า  ใครจักรับเอาทรัพย์นี้   แล้วถือเอา
ภัตตาหารไปให้ยักษ์    แล้วก็ให้ทำอย่างนั้น.    ครั้งนั้น     พระโพธิสัตว์
ได้ยินคำนั้นแล้ว  คิดว่า  เราเก็บรวบรวมเงินจากค่าจ้างได้มาสก  ๑  บ้าง
ครึ่งมาสกบ้าง เลี้ยงมารดาโดยยากลำบาก เราจักรับเอาทรัพย์นี้ให้มารดา
แล้วจักไปสำนักของยักษ์    ถ้าหากเราจักอาจทรมานยักษ์ได้ไซร้    ข้อนี้
จะเป็นกุศล  แต่ถ้าจักไม่อาจไซร้  มารดาของเราก็จักมีชีวิตอยู่อย่างสบาย.
เขาทำความตกลงใจ   แล้วจึงบอกข้อความนั้นให้มารดาทราบ   ถูกมารดา
ห้ามถึง ๒ ครั้งว่า  อย่าเลยลูก แม่ไม่ต้องการทรัพย์    ครั้งที่ ๓    ไม่บอก
กล่าวมารดาเลย  บอกอำมาตย์ว่า  นำมาเถิดพ่อมหาจำเริญ  ทรัพย์  ๑  พัน
ข้าพเจ้าจักนำภัตตาหารไปให้ยักษ์  ให้ทรัพย์แก่มารดา    แล้วพูดว่า   แม่
แม่อย่าคิดอะไร   ผมจะทรมานยักษ์  ทำความสวัสดีแก่มหาชน   แล้วจัก
หน้า ๒๒๘