๒๒    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๒๔
         คาถานั้นมีเนื้อความดังต่อไปนี้ว่า  แม้ผู้มีเวทมนต์ตั้งพันบทอาศัย
ความเป็นพหูสูตนั้น   แต่ยังไม่บรรลุจรณะ   ก็จะเปลื้องตนออกจากทุกข์
ไม่ได้    เมื่อเป็นเช่นนั้น     อาตมภาพจึงเข้าใจว่า   พระเวท   ๓    คัมภีร์
เป็นสิ่งที่ไร้ผล   จรณะที่มีศีลอิงสมาบัติ  ๘  เท่านั้นเป็นของจริง.
         ปุโรหิตได้ฟังคำนั้นแล้ว  ได้กล่าวคาถาที่  ๖  ว่า :-
                        พระเวทไม่ใช่เป็นสิ่งที่ไม่มีผลเลย  จรณะ
              คือการสำรวมระวังเท่านั้น    เป็นของจริงก็หามิ
              ได้   คนอาศัยพระเวทแล้ว  ได้รับเกียรติก็มี    ผู้
              ฝึกตนแล้วด้วยจรณะ   จะบรรลุความสงบได้.
         คาถานั้นมีเนื้อความดังต่อไปนี้   คือ  ไม่ใช่พระเวท  ๓  อย่างไม่มี
ผล  ไม่เฉพาะจรณะ  คือ  การสำรวมระวังเท่านั้นเป็นของจริง    คือดีกว่า
ได้แก่สูงสุด   หมายความว่าประเสริฐ.   เพราะเหตุไร ?   เพราะคนอาศัย
พระเวท   คืออาศัยพระเวท   ๓   อย่าง  ได้รับเพียงเกียรติ   เพียงยศ  เพียง
ลาภเท่านั้น  ไม่มีอย่างอื่นยิ่งกว่านี้    เพราะฉะนั้น    พระเวทเหล่านั้นจึง
ชื่อว่า    ไม่มีผล.   บทว่า    สนฺตํ   ปุเนติ    จรเณน    ทนฺโต   ได้แก่ผู้ฝึก
ตนด้วยจรณะแล้วจะบรรลุความสงบได้   ความว่า    ผู้ตั้งอยู่ในศีลแล้วให้
สมาบัติเกิดขึ้น  เจริญวิปัสสนามีสมาบัติ  เป็นปทัฏฐาน    ย่อมบรรลุความ
สงบโดยส่วนเดียว   คือธรรมอย่างเอกที่มีชื่อว่าพระนิพพาน.
หน้า ๒๓