๒๓๘    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๒๔๐
           ตาข่ายและบ่วงแล้วก็ไม่รู้จัก      เจ้าจงไปเลี้ยง
           พ่อแม่ผู้แก่เฒ่า   แล้วอาศัยอยู่ในซอกเขาเถิด
           ข้าอนุญาตเจ้าแล้ว     เจ้าจงไปพบญาติทั้งหลาย
           โดยสวัสดี    ดูก่อนนายพราน  เจ้าจงบรรเทิงใจ
           พร้อมด้วยญาติทั้งมวลเหมือนกันเถิด  เราก็จัก
           เลี้ยงพ่อแม่ผู้แก่เฒ่า   แล้วอาศัยอยู่ที่ซอกเขา.
         คาถาเหล่านี้คือ   คาถาที่   ๒   นายพรานกล่าว   คาถาที่  ๓  แร้ง
กล่าวแล้วตามลำดับ.
         บรรดาบทเหล่านั้น   บทว่า   ยนฺนุ   ความว่า    ชาวโลกกล่าวคำ
นี้ใดไว้นะ.   บทว่า    คิชฺโฌ   โยชนสตํ  กุณปานิ  อุเปกฺขติ    ความว่า
แร้งมองเห็นซากศพที่วางอยู่เกินร้อยโยชน์   ถ้าหากชาวโลกกล่าวถ้อยคำ
นั้นไซร้   เมื่อเป็นเช่นนั้น  เหตุไฉนแร้งแม้เข้าไปใกล้ข่ายและบ่วงจึงไม่
รู้จัก  คือ แม้มาถึงที่แล้วก็ไม่รู้จัก.   บทว่า  ปราภโว  ได้แก่ ความพินาศ.
บทว่า  ภรสฺสุ   ความว่า  นายพรานนั้น   ครั้นได้ฟังธรรมกถาของพระ-
โพธิสัตว์นี้แล้วคิดว่า   พระยาแร้งผู้ฉลาด   เมื่อโอดครวญก็ไม่โอดครวญ
เพื่อตน   แต่โอดครวญเพื่อพ่อแม่     พระยาแร้งนี้ไม่ควรตาย     แล้วได้
กล่าวยินดีต่อพระโพธิสัตว์นั้น    ก็แหละครั้นกล่าวแล้วก็แก้บ่วงออกด้วย
จิตใจรักใคร่อ่อนโยน.
หน้า ๒๓๙