| ตาข่ายและบ่วงแล้วก็ไม่รู้จัก เจ้าจงไปเลี้ยง |
| พ่อแม่ผู้แก่เฒ่า แล้วอาศัยอยู่ในซอกเขาเถิด |
| ข้าอนุญาตเจ้าแล้ว เจ้าจงไปพบญาติทั้งหลาย |
| โดยสวัสดี ดูก่อนนายพราน เจ้าจงบรรเทิงใจ |
| พร้อมด้วยญาติทั้งมวลเหมือนกันเถิด เราก็จัก |
| เลี้ยงพ่อแม่ผู้แก่เฒ่า แล้วอาศัยอยู่ที่ซอกเขา. |
| คาถาเหล่านี้คือ คาถาที่ ๒ นายพรานกล่าว คาถาที่ ๓ แร้ง |
| กล่าวแล้วตามลำดับ. |
| บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยนฺนุ ความว่า ชาวโลกกล่าวคำ |
| นี้ใดไว้นะ. บทว่า คิชฺโฌ โยชนสตํ กุณปานิ อุเปกฺขติ ความว่า |
| แร้งมองเห็นซากศพที่วางอยู่เกินร้อยโยชน์ ถ้าหากชาวโลกกล่าวถ้อยคำ |
| นั้นไซร้ เมื่อเป็นเช่นนั้น เหตุไฉนแร้งแม้เข้าไปใกล้ข่ายและบ่วงจึงไม่ |
| รู้จัก คือ แม้มาถึงที่แล้วก็ไม่รู้จัก. บทว่า ปราภโว ได้แก่ ความพินาศ. |
| บทว่า ภรสฺสุ ความว่า นายพรานนั้น ครั้นได้ฟังธรรมกถาของพระ- |
| โพธิสัตว์นี้แล้วคิดว่า พระยาแร้งผู้ฉลาด เมื่อโอดครวญก็ไม่โอดครวญ |
| เพื่อตน แต่โอดครวญเพื่อพ่อแม่ พระยาแร้งนี้ไม่ควรตาย แล้วได้ |
| กล่าวยินดีต่อพระโพธิสัตว์นั้น ก็แหละครั้นกล่าวแล้วก็แก้บ่วงออกด้วย |
| จิตใจรักใคร่อ่อนโยน. |