๒๔๓    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๒๔๕
เหนียวและผ้าบังสุกุล.   ท่านให้ภิกษุทั้งหลาย   วางของเหล่านั้นไว้  ณ ที่
อยู่ท่าน    ออกพรรษาปวารณาแล้ว    บรรทุกเต็มเกวียนไปพระเชตวัน-
มหาวิหาร  ถูกเถาวัลย์เกี่ยวเท้า  ที่ด้านหลังวัดป่าแห่งหนึ่งในระหว่างทาง
ข้าใจว่า    จักต้องมีของอะไรที่เราควรได้ในวัดนี้แน่นอน   แล้วจึงแวะวัด
นั้น.   ในวัดนั้นภิกษุแก่   คือหลวงตา   จำพรรษาอยู่  ๒  รูป.     ท่านได้
ผ้าสาฎกเนื้อหยาบ  ๒  ผืนและผ้ากัมพล   เนื้อละเอียดผืนหนึ่ง  ไม่อาจจะ
แบ่งกันได้   เห็นท่านมาดีใจว่า   พระเถระจักแบ่งให้พวกเราได้แน่    จึง
พากันเรียนท่านว่า    ใต้เท้าขอรับ     พวกกระผมไม่สามารถแบ่งผ้าจำนำ
พรรษานี้ได้ พวกกระผมจะมีการวิวาทกัน  เพราะผ้าจำนำพรรษานี้ ขอใต้
เท้า  จงแบ่งผ้านี้ให้แก่พวกกระผม.  ท่านรับปากว่า  ดีแล้ว  ผมจักแบ่งให้
แล้วได้แบ่งผ้าสาฎกเนื้อหยาบให้ภิกษุ  ๒  รูป   บอกว่า  ผืนนี้คือผ้ากัมพล
ตกแก่ผมผู้เป็นพระวินัยธร  แล้วก็หยิบเอาผ้ากัมพล  หลีกไป.   พระเถระ
แม้เหล่านั้น   ยังมีความอาลัยในผ้ากัมพล    จึงพากันไปเชตวันมหาวิหาร
พร้อมกับท่านอุปนันทะนั้นนั่นแหละ   ได้บอกเนื้อความนั้นแก่ภิกษุทั้ง-
หลายผู้เป็นพระวินัยธร    แล้วกล่าวว่า   ข้าแต่ท่านผู้เจริญมีหรือไม่หนอ
การที่พระวินัยธรทั้งหลาย  กินของที่ริบมาได้อย่างนี้.  ภิกษุทั้งหลายเห็น
กองบาตรและจีวร.  ที่พระอุปนันทะนำมาแล้ว  พูดว่า ท่านผู้มีอายุ  ท่านมี
บุญมากหรือ ?  ท่านจึงได้บาตรและจีวรมาก.   ท่านบอกทุกอย่างว่า   ท่าน
ผู้มีอายุผมจักมีบุญแต่ที่ไหน ? บาตรและจีวรนี้ผมได้มาด้วยอุบายนี้.  ภิกษุ
หน้า ๒๔๔