| คนทั้งหลายไม่รักษาคำที่พูดไว้ คำที่พูด |
| ที่เปล่งออกไปนั้นไม่มีผล และผู้ใดให้ปฏิญ- |
| ญาไว้แล้ว ก็บั่นทอนความโลภได้ การบั่นทอน |
| ความโลภของผู้นั้นนั้น เป็นสิ่งที่ทำได้ยากกว่า |
| การกลืนดาบและการให้ปฎิญญานั้น เหตุอย่าง |
| อันทุกอย่างเป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย ข้าแต่พระเจ้า |
| มคธ ขอพระองค์โปรดทรงทราบอย่างนี้เถิด. |
| บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทตฺวา ความว่า ให้ปฏิญญาไว้ว่า |
| เราจะให้สิ่งของชื่อโน้น. บทว่า อวากยิรา มีคำอธิบายไว้ว่า บุคคลเมื่อ |
| ให้ข้อความที่ได้ปฏิญญาไว้แล้วนั้น บั่นทอนคือทำลายความโลภทิ้งใน |
| เพราะปฏิญญานั้น และพึงให้สิ่งของนั้น. บทว่า ตโต ความว่า การ |
| บั่นทอนคือการให้สิ่งของนั้นนั่นแหละ ทำได้ยากกว่าการกลืนดาบและ |
| การพูดว่าจะให้สิ่งของชื่อนั้นแก่ท่านนั้น. |
| แม้เมื่อพระราชาทรงสดับคำนั้นแล้ว ทรงปริวิตกอยู่ว่า เราพูด |
| ก่อนแล้วว่า เราจะให้พระเทวีแก่บุตรปุโรหิต ก็ได้ให้พระเทวี ทำให้ |
| สมแก่การพูดแล้ว เราได้ทำกรรมที่ทำได้ยากแล้วหนอ ความเศร้าโศก |
| เบาบางลงกว่าเดิม. ลำดับนั้น พระองค์ได้มีพระปริวิตกว่า คนอื่นที่ชื่อ |
| ว่าเป็นผู้ฉลาดกว่าเสนกบัณฑิตไม่มี เราจักถามปัญหานี้กะเสนกบัณฑิต |
| นั่น. ลำดับนั้น พระองค์เมื่อตรัสถามปัญหา จึงตรัสคาถาที่ ๕ ว่า :- |