| สมควรแก่เรา ถ้าหากพระราชเทวีนั้น พึงมีความเสน่หาในเราไชร้ เธอ |
| คงไม่ทอดทิ้งอิสริยยศนี้หนีไป. แต่เมื่อเธอไม่ทำความเสน่หาในเราหนี |
| ไปแล้ว เราจักมีประโยชน์อะไร. เมื่อพระองค์ทรงดำริถึงข้อนี้อยู่ ความ |
| เศร้าโศกทั้งหมดก็กลับหายไป เหมือนหยดน้ำที่กลิ้งตกไปจากใบบัว |
| ฉะนั้น. ในทันใดนั่นเองพระนาภีของพระองค์ก็หยุดนิ่ง พระองค์ทรง |
| ไร้พระโรคทรงพระเกษมสำราญ เมื่อจะทรงทำการสดุดีพระโพธิสัตว์ |
| จึงตรัสพระคาถาสุดท้ายว่า :- |
| อายุรบัณฑิตแก้ปัญหาแล้ว และปุกกุสุ- |
| บัณฑิตก็แก้ปัญหาแล้ว ส่วนเสนกบัณฑิต |
| ครอบปัญหาหมดทุกข้อว่า คนให้ทานแล้ว ไม่ |
| ควรเดือดร้อนใจ ภายหลัง อย่างที่เสนกบัณฑิต |
| พูด. |
| บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยถา ภาสติ ความว่า ธรรมดาว่า |
| ทานนั้น คนให้แล้วไม่ควรเดือดร้อนใจ ๆ ภายหลัง เหมือนที่เสนกบัณฑิต |
| พูดนั้นแหละ. |
| ก็พระราชาครั้นทรงทำการสดุดีแล้ว ทรงพอพระราชหฤทัยแล้ว |
| ได้พระราชทานทรัพย์เป็นอันมากแก่เสนกบัณฑิตนั้น. |
| พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มา ทรงประกาศสัจ- |
| ธรรมทั้งหลายแล้ว ทรงประชุมชาดกไว้ ในที่สุดแห่งสัจธรรม ภิกษุผู้ |