๒๖๓    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๒๖๕
สมควรแก่เรา   ถ้าหากพระราชเทวีนั้น  พึงมีความเสน่หาในเราไชร้   เธอ
คงไม่ทอดทิ้งอิสริยยศนี้หนีไป.    แต่เมื่อเธอไม่ทำความเสน่หาในเราหนี
ไปแล้ว   เราจักมีประโยชน์อะไร.  เมื่อพระองค์ทรงดำริถึงข้อนี้อยู่  ความ
เศร้าโศกทั้งหมดก็กลับหายไป         เหมือนหยดน้ำที่กลิ้งตกไปจากใบบัว
ฉะนั้น.   ในทันใดนั่นเองพระนาภีของพระองค์ก็หยุดนิ่ง   พระองค์ทรง
ไร้พระโรคทรงพระเกษมสำราญ       เมื่อจะทรงทำการสดุดีพระโพธิสัตว์
จึงตรัสพระคาถาสุดท้ายว่า :-
                        อายุรบัณฑิตแก้ปัญหาแล้ว  และปุกกุสุ-
           บัณฑิตก็แก้ปัญหาแล้ว      ส่วนเสนกบัณฑิต
           ครอบปัญหาหมดทุกข้อว่า  คนให้ทานแล้ว ไม่
           ควรเดือดร้อนใจ  ภายหลัง อย่างที่เสนกบัณฑิต
           พูด.
         บรรดาบทเหล่านั้น   บทว่า   ยถา  ภาสติ  ความว่า   ธรรมดาว่า
ทานนั้น   คนให้แล้วไม่ควรเดือดร้อนใจ ๆ ภายหลัง  เหมือนที่เสนกบัณฑิต
พูดนั้นแหละ.
         ก็พระราชาครั้นทรงทำการสดุดีแล้ว  ทรงพอพระราชหฤทัยแล้ว
ได้พระราชทานทรัพย์เป็นอันมากแก่เสนกบัณฑิตนั้น.
         พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มา    ทรงประกาศสัจ-
ธรรมทั้งหลายแล้ว   ทรงประชุมชาดกไว้  ในที่สุดแห่งสัจธรรม   ภิกษุผู้
หน้า ๒๖๔