๒๗๑    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๒๗๓
หรือ ?  จึงคิดว่า  ได้ทราบว่า  ท่านผู้แสดงธรรม  ธรรมกถึกเป็นบัณฑิต
ส่วนเราถูกมรณภัยคุกคาม  ก็แหละผู้เป็นบัณฑิตอาจจะบรรเทาความโศก
ตั้งมากมายได้.    แม้เราก็ควรไปฟังธรรม  ณ  ที่นั้น.    เขาจึงไปที่นั้นกับ
มหาชนนั้น    กลัวความตาย    ได้ยินร้องไห้อยู่ท้ายบริษัทที่มีพระราชา
นั่งห้อมล้อมพระมหาสัตว์อยู่แล้วไม่ไกลจากธรรมาสน์          ทั้ง ๆ ที่ไถ้
ข้าวตูยังพาดอยู่ที่ต้นคอ.        พระมหาสัตว์แสดงธรรมเหมือนกับให้ข้าม
อากาศคงคาและเหมือนกับหลั่งฝนอมฤตลง.    มหาชนเกิดความโสมนัส
ให้สาธุการได้ฟังธรรมกันแล้ว.   ก็ธรรมดาบัณฑิตทั้งหลาย   เป็นผู้มองดู
ทิศทาง   ในขณะนั้น   พระมหาสัตว์ลืมตาที่มีประสาททั้ง  ๕ ผ่องใสขึ้น
ดูบริษัทโดยรอบ    เห็นพราหมณ์นั้น    จึงคิดว่า    บริษัทจำนวนเท่านี้
เกิดความโสมนัสให้สาธุการฟังธรรมกัน.      แต่พราหมณ์คนนี้คนเดียว
ถึงความโทมนัสร้องไห้. พราหมณ์นั้นต้องมีความเศร้าโศกอยู่ในภายใน
ที่สามารถให้น้ำตาเกิดขึ้นแน่ ๆ.  เราจักพลิกใจพราหมณ์ผู้มืดมนต์  แสดง
ธรรมให้เขาไม่มีความโศกให้พอใจในเรื่องนี้ทีเดียว     เหมือนสนิมทอง-
แดงหลุดออกไปเพราะขัดด้วยของเปรี้ยว     และเหมือนหยดน้ำกลิ้งออก
ไปจากใบบัวฉะนั้น.     ท่านได้เรียกพราหมณ์นั้นมาหา     เมื่อเจรจากับ
พราหมณ์นั้นว่า   ดูก่อนพราหมณ์  เราชื่อว่า   เสนกบัณฑิต   เราจักทำ
ให้ท่านไม่มีความเศร้าโศก   ขอท่านจงวางใจ   แล้วบอกมาเถิด   จึงกล่าว
คาถาแรกว่า :-
หน้า ๒๗๒