๒๗๔    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๒๗๖
มีหนาวจัดเป็นต้น  เบียดเบียนบ้าง  ตายเหมือนกันทั้งนั้น.   เมื่อเหตุแห่ง
การตายมีมากอย่างนี้.   ด้วยเหตุอะไรหนอแล   วันนี้พราหมณ์นั้น   เมื่อ
อยู่ระหว่างทางจึงจักตายเอง        แต่เมื่อไปถึงบ้านภรรยาของเขาจักตาย.
และเมื่อกำลังคิดอยู่ได้มองเห็นไถ้อยู่บนคอของพราหมณ์       ก็รู้ได้ด้วย
ญาณ     คือความฉลาดในอุบายว่า     ในไถ้นี้คงมีงูตัวหนึ่งเลื้อยเข้าไปอยู่
ข้างใน.      ก็แหละเมื่อจะเลื้อยเข้าไป    มันคงจะเลื้อยเข้าไปเพราะกลิ่น
ข้าวตู    ในเมื่อพราหมณ์คนนี้กินข้าวตู   ในเวลาอาหารเช้าไม่ได้ผูกปาก
ไถ้ไว้เลย   แล้วไปดื่มน้ำ.     พราหมณ์ดื่มน้ำ   แล้วมาไม่ทราบว่างูเข้าไป
อยู่ในไถ้แล้ว   คงจักผูกปากไถ้แล้วก็แบกเอาไป.    พราหมณ์นี้นั้น   เมื่อ
พักอยู่ระหว่างทาง    ก็จักแก้ไถ้สอดมือเข้าไป    ด้วยตั้งใจว่า    เราจักกิน
ข้าวตู     สถานที่พักในเวลาเย็น   เมื่อเป็นเช่นนั้นงูก็จะกัดมือเขาให้ถึง
ความสิ้นชีวิต     นี้คือเหตุแห่งการตายของพราหมณ์ผู้พักอยู่ระหว่างทาง.
แต่ถ้าพราหมณ์ไปถึงบ้านไซร้ ไถ้จักตกถึงมือของภรรยา  นางก็จักแก้ไถ้
เอามือล้วง   ด้วยตั้งใจว่า   จักดูของอยู่ข้างใน.    เมื่อเป็นเช่นนั้น   งูก็จัก
กัดนางให้ถึงความสิ้นชีพ    นี้คือเหตุแห่งการตายของภรรยาของเขาผู้ไป
ถึงเรือนในวันนี้.   ลำดับนั้น  พระมหาสัตว์ได้มีความดำรินี้ว่า  งูเห่าหม้อ
ตัวนี้กล้าหาญควรปลอดภัย  เพราะว่างูตัวนี้   แม้จะกระทบสีข้างใหญ่ของ
พราหมณ์    ก็ไม่แสดงความหวั่นไหวหรือความดิ้นรนของตน.    ถึงใน
ท่ามกลางบริษัทชนิดนี้     ก็ไม่แสดงความมีอยู่ของตน.     เพราะฉะนั้น
งูเห่าหม้อตัวนี้ที่กล้าหาญ    จึงควรปลอดภัย.    แม้เหตุการณ์ดังที่ว่ามานี้
หน้า ๒๗๕