๒๗๕    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๒๗๗
พระมหาสัตว์ก็ได้รู้ด้วยญาณ         คือความเป็นผู้ฉลาดในอุบายนั่นเอง
เหมือนเห็นด้วยทิพพจักขุ.  เมื่อเป็นเช่นนี้  พระมหาสัตว์กำหนดด้วยญาณ
คือความเป็นผู้ฉลาดในอุบายนั่นเอง     เหมือนคนยืนดูงูที่กำลังเลื้อยเข้า
ไปในไถ้   ท่ามกลางบริษัทที่มีพระราชา   เมื่อจะแก้ปัญหาของพราหมณ์
จึงกล่าวคาถาที่ ๓ ว่า :-
                        เราคิดค้นหาเหตุหลายอย่าง    บรรดาเหตุ
           เหล่านี้  เหตุที่เราจะบอกนั่นแหละเป็นของจริง
           พราหมณ์         เราเข้าใจว่า    งูเห่าหม้อตัวหนึ่ง
           ได้เลื้อยเข้าไปอยู่ในไถ้ข้าวตูของท่านผู้ไม่รู้สึก.
         บรรดาบทเหล่านั้น    บทว่า   พหูนิ   €านานิ   ได้แก่เหตุหลาย
อย่าง     บทว่า   วิจินฺตยิตฺวา   ความว่า   เป็นเสมือนบรรลุปฏิเวธ   ด้วย
สามารถแห่งการคิดทะลุปรุโปร่ง.    บทว่า   ยเมตฺถ   วกฺขามิ   ความว่า
บรรดาเหตุเหล่านั้น  เราจะบอกเหตุอันใดอย่างหนึ่งแก่ท่าน.  ด้วยบทว่า
ตเทว   สจฺจํ     พระมหาสัตว์แสดงว่า    เหตุนั้นนั่นแหละเป็นเรื่องแท้
คือจักเป็นเช่นกับเรื่องที่เห็นด้วยทิพพจักขุ. แล้วจึงบอก. บทว่า  มญฺามิ
ความว่า  กำหนด.  บทว่า  สตฺตุภสฺตํ  ได้แก่  ไถ้ข้าวตู.   บทว่า   อชานโต
ความว่า    เราเข้าใจว่า    เมื่อท่านไม่รู้อยู่นั่นแหละ     งูเห่าหม้อตัวหนึ่ง
เข้าไปแล้ว.
หน้า ๒๗๖