๒๗๘    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๒๘๐
         ในเวลางูแผ่แม่เบี้ยออกมา   คำพยากรณ์ของพระมหาสัตว์ได้เป็น
เหมือนคำพยากรณ์ของพระสัพพัญญูพุทธเจ้า.   มหาชนพากันชูผ้าขึ้น
เป็นจำนวนพัน.   ยกนิ้วขึ้นดีดหมุนไปรอบ ๆ เป็นพัน ๆ ครั้ง.    ฝนแก้ว
๗ ประการตกลงมา   เหมือนลูกเห็บตก.     สาธุการก็เป็นไปเป็นจำนวน
พัน ๆ.   เสียงดังปานประหนึ่งมหาปฐพีจะถล่มทะลาย.   ก็ธรรมดาการแก้
ปัญหาแบบนี้ด้วยพุทธลีลานี้    ไม่ใช่เป็นพลังของชาติ    ไม่ใช่เป็นพลัง
ของโคตร   ของตระกูล    ของประเทศ    ของยศและของทรัพย์ทั้งหลาย
แต่เป็นพลังของอะไรหรือ   เป็นพลังของปัญญา.  ด้วยว่าบุคคลผู้มีปัญญา
เจริญวิปัสสนา   แล้วจะเปิดประตูอริยมรรคเข้าอมตมหานิพพานได้  ทะลุ
ทะลวงสาวกบารมีบ้าง     ปัจเจกโพธิญาณบ้าง    สัมมาสัมโพธิญาณบ้าง.
เพราะว่าบรรดาธรรมทั้งหลายที่จะให้บรรลุอมตมหานิพพาน       ปัญญา
เท่านั้นประเสริฐที่สุด  ธรรมทั้งหลายที่เหลือเป็นเพียงบริวารของปัญญา.
เพราะเหตุนั้น   พระองค์จึงตรัสไว้ว่า :-
                        ผู้ฉลาดทั้งหลายกล่าวว่า         ปัญญาแล
           ประเสริฐที่สุด   เหมือนดวงจันทร์ประเสริฐกว่า
           ดวงดาวทั้งหลาย    ฉะนั้น    ศีลก็ดี     แม้สิริก็ดี
           ธรรมของสัตบุรุษทั้งหลายก็ดี     เป็นสิ่งคล้อย
           ตามผู้มีปัญญา.
หน้า ๒๗๙