๒๗    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๒๙
มหาสัตว์  ปูผ้ากัมพลแดงไว้สำหรับทรีมุขกุมาร.   ทรีมุขกุมารเห็นนิมิตร
นั้นแล้ว    รู้ชัดว่า   วันนี้สหายของเราจักเป็นพระเจ้าพาราณสี     ส่วนเรา
จักเป็นเสนาบดี.    ทั้ง ๒ ท่านบริโภค   ณ  นั้น    แล้วรับเอาเครื่องบูชา
กล่าวมงคลแล้วออกไป  ได้พากันไปถึงพระราชอุทยานนั้น.  ในจำนวน
คนทั้ง ๒ นั้น    พระมหาสัตว์บรรทมแล้ว    บนแผ่นศิลามงคล     ส่วน
ทรีมุขกุมารนั่งนวดพระบาทของพระมหาสัตว์นั้น   วันนั้น  เป็นวันที่  ๗
แห่งการสวรรคตของพระเจ้าพาราณสี.   ปุโรหิต  ถวายพระเพลิงพระศพ
แล้ว   ได้เสี่ยงบุษยราชรถในวันที่  ๗    เพราะราชสมบัติไม่มีรัชทายาท.
กิจเกี่ยวกับบุษยราชรถ   จักมีแจ้งชัด  ในมหาชนกชาดก.   บุษยราชรถ
ออกจากพระนครไป   มีจตุรงคเสนาห้อมล้อม   พร้อมด้วยดุริยางค์หลาย
ร้อย   ประโคมขัน   ถึงประตูพระราชอุทยาน.   ครั้งนั้น   ทรีมุขกุมาร
ได้ยินเสียงดุริยางค์   แล้วคิดว่า   บุษยราชรถมาแล้ว   เพื่อสหายของเรา
วันนี้สหายของเราจักเป็นพระราชา        แล้วประทานตำแหน่งเสนาบดี
แก่เรา   เราจักประโยชน์อะไรด้วยการครองเรือน  เราจักออกบวช  ดังนี้
แล้ว   จึงไม่ทูลเชิญพระโพธิสัตว์    เลยไปยังที่สมควรข้างหนึ่ง   แล้วได้
ยืนอยู่ในที่กำบัง.  ปุโรหิตหยุดรถที่ประตูพระราชอุทยาน  แล้วเข้าไปยัง
พระราชอุทยาน   เห็นพระโพธิสัตว์บรรทมบนแผ่นศิลามงคล   ตรวจดู
ลักษณะที่เท้าลายพระบาท   แล้วทราบว่า   เป็นคนมีบุญ   สามารถครอง
ราชสมบัติ    สำหรับมหาทวีปทั้ง  ๔    มีทวีปน้อย  ๒  พันเป็นบริวารได้
หน้า ๒๘