| ทรัพย์เหล่านี้ของข้าพเจ้ามีอยู่ ๗๐๐ กหาปณะ |
| ขอท่านจงรับเอาทั้งหมดเถิด ข้าพเจ้าขอมอบ |
| ให้ท่าน เพราะว่า วันนี้ข้าพเจ้าได้ชีวิตไว้ เพราะ |
| ท่าน อีกโสดหนึ่ง ท่านก็ได้ทำความสวัสดี |
| ให้แก่ภรรยาของข้าพเจ้าด้วย. |
| บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วิวฏฺฏจฺฉโท นุ สิ สพฺพทสฺสี |
| ความว่า พราหมณ์ถามด้วยอำนาจการสดุดีว่า ท่านเป็นสัพพัญญูพุทธ- |
| เจ้าผู้ทรงเปิดเครื่องปกปิดในอาการของธรรมทุกอย่าง คือทรงเป็นผู้มี |
| ธรรมที่ควรรู้ อันเปิดเผยแล้วหรืออย่างไร บทว่า าณํ นุ เต |
| พฺราหมฺมณ ภึสรูปํ ความว่า ข้าแต่ท่านพราหมณ์ เมื่อท่านเป็นผู้รู้ |
| ทุกสิ่ง ญาณของท่านเป็นญาณที่พิลึกเหลือเกิน คือมีกำลังเหมือน |
| สัพพัญญุตญาณ. บทว่า ตยา หิ เม ความว่า วันนี้ข้าพเจ้าได้ชีวิต |
| มา เพราะท่านให้. บทว่า อโถปิ ภริยายมกาสิ โสตฺถึ ความว่า |
| อีกโสดหนึ่ง ท่านเองก็ได้ทำความสวัสดีแก่ภรรยาของผม. พราหมณ์ |
| นั้น ครั้นพูดอย่างนี้แล้ว ก็อ้อนวอนพระโพธิสัตว์แล้วอ้อนวอนอีกว่า |
| ถ้าหากมีทรัพย์แสนหนึ่งไซร้ ข้าพเจ้าก็ต้องให้ทีเดียว. แต่ทรัพย์ของ |
| ข้าพเจ้ามีเพียงเท่านี้เท่านั้น ขอท่านจงรับทรัพย์ ๗๐๐ กหาปณะเหล่านี้ |
| เถิด. |